Spring News
รถยนต์ไฟฟ้าจีน 3 รุ่น คว้า 5 ดาว มาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รถยนต์ไฟฟ้าจีน 3 รุ่น คว้าความปลอดภัย 5 ดาวจากการทดสอบการชนมาตรฐานยุโรปที่เข้มงวดกว่าสหรัฐฯ เทียบเท่าค่ายรถชั้นนำของยุโรป เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
Key facts
- ข้อมูลจาก Euro NCAP ระบุว่า 7% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในสหภาพยุโรป และเกือบ 10% ในสหราชอาณาจักร เป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศจีน ขณะที่จำนวนรถยนต์จีนที่ถูกส่งเข้ารับการทดสอบความปลอดภัยของ Euro NCAP เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่านับตั้งแต่ปี 2021
- B05 เป็นรถแฮตช์แบ็กขับเคลื่อนล้อหลัง ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 213 แรงม้า และแบตเตอรี่ขนาด 67.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถวิ่งได้สูงสุด 482 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จด้วยกำลังสูงสุด 174 กิโลวัตต์ และชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 24
- จำได้ไหมว่าเมื่อก่อน คำว่า ‘ รถยนต์ไฟฟ้าจีน ’ กับ ‘ความปลอดภัย’ มักเป็น 2 สิ่งที่ดูเหมือนจะไปด้วยกันไม่ได้เลย แต่ผลการทดสอบการชนล่าสุดจาก European New Car Assessment Programme (NCAP) อาจทำให้ใครหลายคนต้องเปลี่ยนความคิดไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
- NCAP ซึ่งเป็นหน่วยงานทดสอบที่มีมาตรฐานเข้มงวดกว่าหน่วยงาน NHTSA ของสหรัฐฯ เปิดเผยผลการประเมินความปลอดภัยล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบว่า รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่ของจีนสามารถคว้าคะแนนความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาวมาครองได้
Summary
จำได้ไหมว่าเมื่อก่อน คำว่า ‘ รถยนต์ไฟฟ้าจีน ’ กับ ‘ความปลอดภัย’ มักเป็น 2 สิ่งที่ดูเหมือนจะไปด้วยกันไม่ได้เลย แต่ผลการทดสอบการชนล่าสุดจาก European New Car Assessment Programme (NCAP) อาจทำให้ใครหลายคนต้องเปลี่ยนความคิดไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
NCAP ซึ่งเป็นหน่วยงานทดสอบที่มีมาตรฐานเข้มงวดกว่าหน่วยงาน NHTSA ของสหรัฐฯ เปิดเผยผลการประเมินความปลอดภัยล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบว่า รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่ของจีนสามารถคว้าคะแนนความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาวมาครองได้
ดร. อเลด วิลเลียมส์ (Dr. Aled Williams) ผู้อำนวยการโครงการของ Euro NCAP ระบุว่า ผลการทดสอบแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้ผลิตรถยนต์ในจีนยังทำงานหนักเพื่อให้ได้มาตรฐานระดับสูงที่ผู้บริโภคยุโรปคาดหวัง และการนำเป้าหมายการทดสอบที่เข้มงวดของ Euro NCAP มาใช้ สะท้อนว่าผู้ผลิตต้องการพัฒนารถยนต์ที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับผู้ใช้ถนนในยุโรป