Thansettakij
'เนสท์เล่' แจงข้อพิพาท 'มหากิจศิริ' ประกาศพร้อมสู้ทุกคดี ลงทุนเพิ่มกว่า 3 หมื่นล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เนสท์เล่เปิดปมข้อพิพาท QCP ย้ำพร้อมสู้ทุกคดี หลัง “มหากิจศิริ” เดินหน้าฟ้องร้องอย่างน้อย 7 คดี ทั้งเรียกค่าเสียหาย 1 แสนล้านบาท ปมค่าธรรมเนียมจัดจำหน่าย-การตลาด และการบริหาร QCP ขณะที่คดียังอยู่ระหว่างกระบวนการศาล พร้อมเดินหน้าลงทุนไทยเกือบ 3 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงานกาแฟแห่งใหม่ คาดเริ่มผลิตปี 2571
Key facts
- คดี 1 แสนล้านบาท นัดฟังคำพิพากษา 21 ธ.ค.นี้
- คดีเรียกค่าเสียหาย 2.2 หมื่นล้านบาท ยังอยู่ระหว่างพิจารณา
- แจงเนสกาแฟอยู่ไทยกว่า 50 ปี ก่อนสิ้นสุดสัญญา QCP
- เนสท์เล่ระบุว่า ในเดือนเมษายน 2569 นายประยุทธได้ชำระค่าใช้จ่ายตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ พร้อมดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องให้แก่เนสท์เล่เป็นจำนวนเกือบ 200 ล้านบาท
- ข้อพิพาทอย่างน้อย 7 คดี ยังมีคดีอยู่ระหว่างพิจารณา
- เนสท์เล่ระบุว่า บริษัทดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 130 ปี ปัจจุบันมีโรงงานในประเทศไทย 8 แห่ง และในช่วงปี 2561-2568 ได้ลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 27,800 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2569 ได้ประกาศการลงทุนเพิ่มเติมเกือบ 30,000 ล้านบาท
Summary
เนสท์เล่ชี้แจงข้อพิพาทกับตระกูลมหากิจศิริหลังสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนผลิตเนสกาแฟ ยืนยันพร้อมต่อสู้คดีความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสองฝ่ายยังไม่สิ้นสุด โดยมีคดีฟ้องร้องในไทยอย่างน้อย 7 คดี แม้กระบวนการอนุญาโตตุลาการจะชี้ขาดให้เนสท์เล่เป็นฝ่ายชนะเรื่องการยุติสัญญาแล้ว
14 กันยายน 2569 เนสท์เล่ เปิดความคืบหน้าธุรกิจกาแฟในประเทศไทย หลังสิ้นสุดสัญญาร่วมทุนกับ "ตระกูลมหากิจศิริ" ในบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส หรือ QCP ยืนยันการยุติสัญญาเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดและผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการและศาลสิงคโปร์ พร้อมเดินหน้าลงทุนเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ที่ นิคมอุตสาหกรรมอาระยะ จังหวัดสมุทรปราการ เตรียมเปิดดำเนินการปี 2571 รองรับการผลิตเนสกาแฟในไทย