Thansettakij
'สุชาติ' เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการขยะข้ามชาติ บุกแหลมฉบัง สกัดของเสียอันตราย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
วันที่ 14 กันยายน 2569 ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและทิ้งของเสียจากต่างประเทศอย่างจริงจัง
Key facts
- นายสุชาติ กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ ไม่ใช่เพียงการตรวจยึดสินค้าที่ปลายทาง โดยเบื้องต้นพบข้อมูลบริษัทผู้ส่งออกจากสหรัฐอเมริกา 7 บริษัท และบริษัทผู้นำเข้าในประเทศไทย 16 บริษัท
- สรุปผลการตรวจสอบตู้สินค้า 9 ตู้ พบว่า 3 ตู้ จากโปแลนด์ อังกฤษ และนิวซีแลนด์ สำแดงถูกต้อง และ ไม่พบการปนเปื้อน 6 ตู้ จากสหรัฐอเมริกา สำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียม แต่พบการปนเปื้อนขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) ทั้ง 6 ตู้
- รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่า ประเทศไทยจะต้องไม่เป็นแหล่งรองรับของเสียอันตรายจากต่างประเทศ เราจะไม่ปล่อยให้ขบวนการลักลอบนำเข้าขยะใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือเป็นปลายทางในการกำจัดของเสีย เพราะสุดท้ายภาระจะตกอยู่กับประชาชนและสิ่งแวดล้อม”
Summary
นายสุชาติ ย้ำว่า ทส. จะเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด เพื่อ “สกัดก่อนเข้า–ตรวจให้ถึงต้นตอ–ขยายผลทั้งขบวนการ–เอาผิดอย่างเด็ดขาด” พร้อมยืนยันจุดยืนของรัฐบาลและ ทส. ว่า ประเทศไทยต้องไม่เป็นที่ทิ้งขยะของโลก และจะไม่ยอมให้ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนหรือผู้กระทำผิดอยู่เหนือความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม
โดยบูรณาการร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ(UNODC) มูลนิธิบูรณะนิเวศ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่อาจมีการลักลอบนำเข้าของเสียอันตรายหรือสินค้าต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่
นายสุชาติ กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ ไม่ใช่เพียงการตรวจยึดสินค้าที่ปลายทาง โดยเบื้องต้นพบข้อมูลบริษัทผู้ส่งออกจากสหรัฐอเมริกา 7 บริษัท และบริษัทผู้นำเข้าในประเทศไทย 16 บริษัท ซึ่งจะตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง 2 ปี เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด