Nation TV
"สุชาติ"สั่งกรมทะเลเร่งตรวจสอบน้ำเสียชายหาดชะอำใต้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รมว.ทส.สั่ง"กรมทะเล"ลงพื้นที่ตรวจสอบน้ำเสียชายหาดชะอำใต้ ผลตรวจเบื้องต้นปกติ ไม่พบสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ เร่งติดตามคุณภาพน้ำต่อเนื่อง
Key facts
- ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (สทช.3) และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับเทศบาลเมืองชะอำ และองค์การจัดการน้ำเสีย
- นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรณีได้รับแจ้งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า พบการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลบริเวณชายหาดชะอำใต้ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
- พร้อมมอบหมายกลุ่มงานนิติการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล
Summary
สำหรับการตรวจสอบผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่จำนวน 3 สถานี ได้แก่ หาดชะอำเหนือ หาดชะอำกลาง และหาดชะอำใต้ พบว่า น้ำทะเลมีสีปกติ ไม่มีกลิ่นผิดปกติ และไม่พบสัตว์น้ำลอยหัวหรือสัตว์น้ำตายในบริเวณที่ตรวจสอบ ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้น พบว่า อุณหภูมิน้ำอยู่ระหว่าง 32.7–33.5 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ระหว่าง 8.15–8.19 ความเค็มอยู่ระหว่าง 19.5–27.7 ส่วนในพันส่วน (ppt) และปริมาณออกซิเจนละลายน้ำอยู่ระหว่าง 4.4–5.8
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรณีได้รับแจ้งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า พบการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลบริเวณชายหาดชะอำใต้ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จึงได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมติดตามคุณภาพน้ำและผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างใกล้ชิด หากพบการกระทำผิดหรือสร้างความเสียหายต่อทรัพยากร ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า “แม้ผลการตรวจวัดเบื้องต้นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และไม่พบสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ แต่ยังคงสั่งการให้กรมฯ เฝ้าระวังและติดตามผลการตรวจวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชายหาดชะอำ ทั้งนี้ หากพบการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก”