Nation TV
ปมฮั้ว สว.ร้อน! เปิดข้อกฎหมาย โต้สอบวินัยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เปิดข้อกฎหมาย โต้ปมตั้งสอบวินัยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ โยงคดีฮั้ว สว. ชี้การกันพยานเป็นอำนาจของ กกต. ต้องมีมติ 7 คน
Key facts
- บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 46 ประกอบ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 65 และระเบียบ กกต. พ.ศ. 2563 ข้อ 4 และข้อ 5
- ของฝ่ายที่กล่าวหา เพราะในชั้นดีเอสไอ ที่ทำคดีอั้งยี่ ฟอกเงินของขบวนการฮั้ว สว. ยังไม่มีกันใครเป็นพยาน มีแต่ กกต.ที่สามารถกันผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด เป็นพยานได้ โดยต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ กกต. ทั้ง 7 คน
- แหล่งข่าวจากดีเอสไอ และฝ่ายการเมืองที่ถูกพาดพิง เผยว่า เป็นการ “จับแพะชนแกะ”
Summary
สาระสำคัญคือ “หากบุคคลนั้นสมัครใจให้ข้อมูลสำคัญที่สามารถสาวถึงตัวการรายอื่นได้” ก็สามารถกันเป็นพยานได้ แต่ต้องเป็นมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ใช่มติของคณะอนุกรรมการหรือพนักงานไต่สวน เมื่อมีมติแล้วสิทธิดำเนินคดีอาญาย่อมระงับ แต่หากให้การเท็จ ไม่ไปเบิกความ หรือกลับคำให้การ การกันไว้เป็นพยานย่อมสิ้นผล และอาจถูกดำเนินคดีได้เช่นกัน
ส่วนการทำหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน (ส่วนกลาง) คณะที่ 26 นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่า ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมาย และไม่ได้ถูกแทรกแซงจากฝ่ายใด ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยที่เผยแพร่ต่อสาธารณะในคำร้องที่กลุ่ม สว.กล่าวหา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในขณะนั้น ว่าประพฤติผิดมาตรฐานจริยธรรม แทรกแซงคดีฮั้ว สว. ซึ่งศาลยกคำร้อง และได้รับรองการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรี และคณะ 26 รวมถึงคณะกรรมการคดีพิเศษเอาไว้อย่างชัดเจน
KEY