Nation TV
"วรศิษฎ์" ยันรัฐไร้กดดันปมฮั้วเลือก สว. ลั่นทำตามหลักฐาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ยันรัฐบาลไร้แรงกดดันปม กกต. พิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. ลั่นใครทำอะไรต้องรับผิดชอบ มุ่งโฟกัสแก้ปัญหาประเทศ
Key facts
- นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดชี้ขาดและจะมีคำวินิจฉัยใน คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในวันนี้ (14 ก.ย.)
- ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มมวลชนเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งมีความพยายามเชื่อมโยงประเด็นและปลุกระดมมวลชนออกมาเคลื่อนไหว นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวถือเป็นสิทธิของประชาชนตามกรอบ
- ซึ่งถือเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. โดยตรงที่จะต้องดำเนินการพิจารณาไปตามพยานหลักฐาน
- ต่อข้อถามที่ว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในช่วงเวลานี้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ รมช.มหาดไทย ยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีทุกคนทำงานอย่างเต็มที่มาโดยตลอดนับตั้งแต่เริ่มต้นตั้ง ครม.
Summary
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดชี้ขาดและจะมีคำวินิจฉัยใน คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในวันนี้ (14 ก.ย.) โดยเมื่อถูกถามว่าประเด็นดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายวรศิษฎ์ เปิดเผยอย่างเชื่อมั่นว่า ไม่ได้รู้สึกกดดันแต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนมาโดยตลอดว่า ใครกระทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าไปวุ่นวายหรือแทรกแซงในเรื่องดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มมวลชนเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งมีความพยายามเชื่อมโยงประเด็นและปลุกระดมมวลชนออกมาเคลื่อนไหว นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวถือเป็นสิทธิของประชาชนตามกรอบ แต่สุดท้ายแล้วการทำงานและการพิจารณาในเรื่องต่างๆ จำเป็นต้องยืนอยู่บนฐานของข้อเท็จจริงมากกว่ากระแสกดดัน
ต่อข้อถามที่ว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในช่วงเวลานี้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ รมช.มหาดไทย ยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีทุกคนทำงานอย่างเต็มที่มาโดยตลอดนับตั้งแต่เริ่มต้นตั้ง ครม. ซึ่งทุกคนทราบดีว่าประเทศต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายทั้งภายนอกและภายในที่ไม่สามารถควบคุมได้หลายประการ ดังนั้น ในช่วงเวลานี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกคนต้องโฟกัสไปที่การแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้เสร็จสิ้น