Krungthep Turakij
ฮูตีเป็นเหตุ ซาอุดีฯ ขาดน้ำมันสำรองส่งออก อุปทานพลังงานโลกเสี่ยงลด 4 ล้านบาร์เรล/วัน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ฮูตีโจมตีท่อส่งน้ำมันที่สำคัญของซาอุดีอาระเบีย ทำให้ซาอุฯ ขาดแคลนน้ำมันส่งออก ต้องใช้น้ำมันสำรองในท่าเรือส่งออกแทน และหากน้ำมันสำรองหมด อุปทานพลังงานโลกเสี่ยงลดฮวบ 4% หรือราว 4 ล้านบาร์เรล/วัน
Key facts
- แหล่งข่าวอุตสาหกรรมน้ำมันสามรายที่คุ้นเคยกับการส่งออกน้ำมันของซาอุดีฯ เผยว่า ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกได้ใช้ท่อส่งดังกล่าวทดแทนเส้นทางการขนส่งน้ำมันอื่นๆ ได้ราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 4% ของอุปทานโลก
- IEA บอกด้วยว่า อุปทานน้ำมันโลกอาจลดลงราว 5.7 ล้านบาร์เรล หรือราว 6%
- สำนักข่าวรอยเตอร์ อ้างอิงผู้ซื้อและผู้ค้าน้ำมัน ซาอุดีอาระเบีย เผยว่า ซาอุดีฯ อาจไม่มีน้ำมันสำรองสำหรับส่งออก หากไม่กลับมาเปิดท่อส่งน้ำมันที่สำคัญที่ใช้ขนส่งไปยังทะเลแดงภายในสองสามวัน ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียอุปทานพลังงานโลกสูงถึง 4%
- หากปริมาณน้ำมันหมุนเวียนลดลงต่อเนื่อง สถานการณ์อุปทานพลังงานโลกที่ตึงตัวอาจเลวร้ายลงไปอีก ซึ่งได้ทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงทุบสถิติไปแล้ว ทั้งยังส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อทั่วโลก และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐทะยานสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008
- นับตั้งแต่โดรนโจมตีท่อส่งน้ำมันของซาอุดีฯ ประเทศอาหรับแห่งนี้ก็ปิดทำการท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตะวันตกขนาดใหญ่เมื่อวันศุกร์ (11 ก.ย.) และริยาดยังไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหาย หรือระยะเวลาในการปิดท่อส่งน้ำมัน
- แหล่งข่าวรายที่สี่ บอกว่า ซาอุดีอาระเบียยังมีน้ำมันสำรองที่สามารถส่งให้ลูกค้าได้อีกหลายวัน โดยมาจากท่าเรือ Ain Sukhna ของอียิปต์ในทะเลแดง และท่าเรือ Sidi Kerir ในเมดิเตอร์เรเนียน แหล่งรายที่ 4 กล่าว
- ความจุของการจัดเก็บน้ำมันในท่าเรือยันบูอยู่ที่ราว 35 ล้านบาร์เรล ตามการคาดการณ์ของอุตสาหกรรม ส่วนท่าเรือ Ain Sukhna และ Sidi Kerir สามารถจัดเก็บได้ราว 18-20 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ
- สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เผยเมื่อวันศุกร์ (11 ก.ย.) ว่า อุปทานน้ำมันซาอุดีฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ทศวรรษในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงปรับตัวลดลง
Summary
สำนักข่าวรอยเตอร์ อ้างอิงผู้ซื้อและผู้ค้าน้ำมัน ซาอุดีอาระเบีย เผยว่า ซาอุดีฯ อาจไม่มีน้ำมันสำรองสำหรับส่งออก หากไม่กลับมาเปิดท่อส่งน้ำมันที่สำคัญที่ใช้ขนส่งไปยังทะเลแดงภายในสองสามวัน ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียอุปทานพลังงานโลกสูงถึง 4%
ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวที่ทอดผ่านทะเลทรายข้ามคาบสมุทรอาหรับได้ช่วยปกป้องซาอุดีอาระเบียจากผลกระทบของการปิด ช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากภาวะสงคราม ซึ่งส่งผลให้การส่งออกของประเทศเพื่อนบ้านซาอุฯ ต้องหยุดชะงัก
หากปริมาณน้ำมันหมุนเวียนลดลงต่อเนื่อง สถานการณ์อุปทานพลังงานโลกที่ตึงตัวอาจเลวร้ายลงไปอีก ซึ่งได้ทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงทุบสถิติไปแล้ว ทั้งยังส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อทั่วโลก และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐทะยานสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ที่เกิดวิกฤติการเงิน