← Back to KHAO

ภราดร เดินหน้า 3 มาตรการแก้สินบน ลดขั้นตอนอนุมัติ-อนุญาต ใช้ดิจิทัลลดดุลพินิจ นำร่องโรงแรมภูเก็ต-4 หน่วยงาน-อีอีซี

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวมาตรการแก้สินบน

วันนี้ (14 กันยายน) เวลา 11.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงการทุจริตภาครัฐ ครั้งที่ 1/2569 ว่า แนวทางของรัฐบาลคือทำให้การต่อต้านทุจริตเกิดผลในทางปฏิบัติ และประชาชนกับภาคธุรกิจต้องสัมผัสได้จากการรับบริการภาครัฐที่ง่ายขึ้น เร็วขึ้น โปร่งใสขึ้น และมีกติกาที่ชัดเจน โดยเฉพาะกระบวนงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติและอนุญาต

Key facts

Summary

นำร่องระบบแจ้งรัฐผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เริ่มดำเนินการกับ 5 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานประกันสังคมจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาค ตำรวจภูธรจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเตรียมความพร้อม อปท. นำร่อง 2,997 แห่ง เพื่อเข้าสู่การให้บริการผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มเดียว รวมถึงยกระดับสำนักงานที่ดิน 15 สาขาในพื้นที่อีอีซี ตามมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (จีอีซีซี) โดยใช้ศรีราชาโมเดลเป็นต้นแบบ

ปลดล็อกกระบวนการขอใบอนุญาตโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต เร่งพัฒนาระบบ DOPA iService ของกระทรวงมหาดไทยให้เป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอ ติดตาม และรับใบอนุญาตผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง พร้อมกำหนดกรอบเวลาการพิจารณาที่ชัดเจน ลดขั้นตอนและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมที่ยังไม่เข้าสู่ระบบสามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายได้สะดวกยิ่งขึ้น

ดึงข้อเสนอภาคเอกชน ปรับกระบวนงาน 4 หน่วยงานนำร่อง มอบหมายสำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ก.พ.ร. นำข้อเสนอแนะจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai CAC) มาปรับปรุงกระบวนงานของ 4 หน่วยงานที่ประชาชนและภาคธุรกิจติดต่อใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมการค้าภายใน และกรมการขนส่งทางบก โดยมุ่งลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และลดการใช้ดุลพินิจในการอนุมัติ-อนุญาต พร้อมพัฒนากระบวนการให้สำนักงาน ป.ป.ท. และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังความเสี่ยงการทุจริตอย่างเป็นระบบ

Read full article at The Standard →