Matichon
สว.ตั้งกระทู้จี้ รบ.-พศ. แก้ปัญหาวิกฤติศรัทธาศาสนา หวั่นเกิดภาคต่อปีหน้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ช่วงกระทู้ถามสด นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ ส.ว.ตั้งถามนายกฯ ต่อประเด็นวิกฤติศรัทธาในพระพุทธศาสนา ภาคสอง ที่เกิดขึ้นกับกรณี ของสมีโชติและสีกาเอ๋ ที่พุทธวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา และพบการยักยอกเงินวัดไปให้กับสีกาคนสนิท ทั้งนี้ ได้ตั้งคำถามต่อการตรวจสอบ และกำกับของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยเฉพาะการตรวจสอบเงินบริจาคให้โปร่งใส
Key facts
- เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ช่วงกระทู้ถามสด นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ ส.ว.ตั้งถามนายกฯ ต่อประเด็นวิกฤติศรัทธาในพระพุทธศาสนา ภาคสอง
- นายปกรณ์ กล่าวว่า ต่อจากนั้นคือทำทะเบียนวัด ปัจจุบันวัดในประเทศไทยมีทั้งหมด 4.4 หมื่นวัด ฐานข้อมูลต้องนำมารวม เพราะวัดเกี่ยวข้องกับพระ ศาสนสมบัติของวัด และศาสนสมบัติกลาง ต้องบริหารจัดการให้เรียบร้อย โดยต้องทำระบบจัดการทรัพย์สินของวัด
- ด้านนายปริญญา ตั้งคำถามต่อว่าหากแก้ปัญหาได้ จะไม่มีประเด็น แต่ปีนี้ภาคสอง ไม่อยากให้ปีหน้าเกิดภาคสาม ดังนั้นที่ต้องทำคือ ควบคุมการใช้เงินของวัด ทั้งนี้รัฐบาลก่อนบอกว่าวัดถือเงินได้ไม่เกิน 1 แสนบาท แต่จะทำอย่างไร
- นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ที่กำกับ พศ.ชี้แจงแทนนายกฯ ว่า ฐานะที่ตนเป็นชาวพุทธและเป็นเด็กวัดมาก่อน รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยกว่าชาวพุทธ กับเหตุที่เกิดขึ้นไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่พุทธกาล
Summary
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ช่วงกระทู้ถามสด นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ ส.ว.ตั้งถามนายกฯ ต่อประเด็นวิกฤติศรัทธาในพระพุทธศาสนา ภาคสอง ที่เกิดขึ้นกับกรณี ของสมีโชติและสีกาเอ๋ ที่พุทธวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา และพบการยักยอกเงินวัดไปให้กับสีกาคนสนิท ทั้งนี้ ได้ตั้งคำถามต่อการตรวจสอบ และกำกับของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยเฉพาะการตรวจสอบเงินบริจาคให้โปร่งใส
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ที่กำกับ พศ.ชี้แจงแทนนายกฯ ว่า ฐานะที่ตนเป็นชาวพุทธและเป็นเด็กวัดมาก่อน รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยกว่าชาวพุทธ กับเหตุที่เกิดขึ้นไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่พุทธกาล หากศึกษาพระธรรมวินัยเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนมาจากความประพฤติที่มิชอบของคนที่อยู่นอกรีต ตนในฐานะกำกับ พศ.รับทำงานจากรัฐบาลชุดก่อนที่ทำสืบต่อมา สิ่งที่ทำในเบื้องต้น คือทำฐานข้อมูลกลางเพื่อทำข้อมูลพระ เพื่อช่วยมหาเถรสมาคมตรวจสอบ
“สำหรับบัญชีวัดจะทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และเชื่อมโยงเข้าส่วนกลาง เพื่อให้ พศ.ตรวจสอบได้ ทุกวันนี้ทำด้วยมือ ตรวจได้ทุกสิ้นเดือน ระบบบริจาค อี-โดเนชัน จาก 4.4 แสนวัด ทำแล้ว 4.2 หมื่นวัด ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัด ไม่อยากให้นำไปใช้ช่องทางก่อเหตุสลดใจเยี่ยงนี้ หากเงินบริจาคเข้าระบบจะลดปัญหาติดตามและตรวจสอบได้” นายปกรณ์ ระบุ
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นพุทธพาณิชย์ใช้ช่องทางดังกล่าวแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว เป็นสิ่งที่หาทางแก้ไข เป็นไปได้หรือไม่หากทำวัตถุมงคลการบริจาคต้องเข้าวัด มีบัญชีอี-โดเนชันให้เรียบร้อย ไม่มีประโยชน์ทางอื่นหรือรับส่วนตัว หรือตั้งมูลนิธิ หรือสมาคมรองรับ จะสามารถป้องกันได้เพราะตรวจสอบได้ว่ารูปไหนไม่รับเงิน แต่มีพฤติกรรม ไม่ออกบิณฑบาตแต่มีฉันทุกวัน ไม่ลงโบสถ์ แต่มีลูกศิษย์เต็มไปหมด จะสามารถตรวจสอบได้ ขณะที่บทบาทของมหาเถรสมาคม มีมติเปิดบัญชีวัดชัดเจนว่าต้องเป็นเจ้าอาวาส หรือ