Khaosod
“วรวงศ์” ตั้งข้อสังเกตุ วิธีการย้าย ออกข้าราชการระดับสูง ก.พาณิชย์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
“วรวงศ์” ห่วง โยกย้าย ก.พาณิชย์ ทำข้าราชการเสียขวัญ หมดกำลังใจ เสียดาย “อรมน-พิมพ์ชนก” คนมีคุณภาพ น่าจะได้ทำงานใหญ่ แต่ไม่ติดใจคนได้ตำแหน่งใหม่
Key facts
- นายวรวงศ์ รามางกูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ 9 ตำแหน่ง ตามข้อเสนอของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์
- นายวรวงศ์ กล่าวต่อว่า ผลของการทำงานดังกล่าวในสมัยที่ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำไปสู่การดำเนินคดีสินค้าด้อยคุณภาพ 57,739 คดี และดำเนินคดีบริษัทนอมินี 873 บริษัท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 15,587 ล้านบาท
- ห่วง โยกย้าย ก.พาณิชย์ ทำข้าราชการเสียขวัญ หมดกำลังใจ เสียดาย “อรมน-พิมพ์ชนก”
- อธิบดีอรมนเติบโตมาจากสายงานเจรจาการค้า เคยเป็นอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ก่อนมาเป็นอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาตามลำดับ ผลงานที่ผมได้สัมผัส
Summary
ขณะที่ เอกอัครราชทูตพิมพ์ชนก เป็นผู้บริหารหญิงที่เก่งผู้เปี่ยมด้วยความสามารถ และเป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมของข้าราชการหญิงในกระทรวงพาณิชย์ โดยเคยร่วมงานกับนางพิมพ์ชนกในสองภารกิจสำคัญ ได้แก่ พิธีลงนามความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ณ นครดาวอส และพิธีรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดสำนักงานคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกแห่งใหม่ ณ
นายวรวงศ์ รามางกูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ 9 ตำแหน่ง ตามข้อเสนอของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า ตนขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับตำแหน่งใหม่อย่างจริงใจ แต่อดผิดหวังไม่ได้กับการโยกย้ายนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม และนางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ชี้เป็นข้าราชการมือทำงานที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์
ผมเองมีโอกาสได้ร่วมผลักดันงานกับท่านอรมนอยู่เรื่องหนึ่ง คือระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจอัจฉริยะ หรือ IBAS (Intelligence Business Analytics System) ซึ่งนำ Big Data มาคัดกรองนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นนอมินี เพราะลำพังการเดินตรวจทีละรายจากเป้าหมายหลายหมื่นรายใช้เวลายาวนาน จึงต้องใช้ข้อมูลชี้เป้าก่อนแล้วค่อยส่งกำลังคนลงไปตรวจ ท่านอรมนเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และผลักดันจนเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริง” นายวรวงศ์ กล่าว