The Standard
กทม. กางผลตรวจดาต้าเซ็นเตอร์ 43 แห่ง ยันไม่พบปัญหา สั่งคุมเข้มมลพิษทางเสียง-ความร้อน พร้อมรับมือ AI
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้(14 กันยายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ และ วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงความคืบหน้าผลการตรวจสอบดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
Key facts
- วันนี้(14 กันยายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ และ วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงความคืบหน้าผลการตรวจสอบดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
- ชัชชาติ ระบุว่า ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ยังไม่เข้าข่ายโรงงานอุตสาหกรรม การกำกับดูแลจึงเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน อาทิ การไฟฟ้านครหลวงพิจารณาด้านการใช้ไฟฟ้า การประปานครหลวงพิจารณาด้านการใช้น้ำ
- ด้าน พรพรหม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเคยมีการร้องเรียนเรื่องมลพิษทางเสียง 1 ครั้ง จากการทดสอบเครื่องปั่นไฟสำรองในเวลากลางคืน กทม. จึงกำหนดให้ต้องรายงานช่วงเวลาทดสอบระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าล่วงหน้า เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน
- ชัชชาติ ยืนยันในตอนท้ายว่า จากการให้สำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจสอบทั้ง 43 จุด ยังไม่พบผลกระทบหรือข้อร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อนรำคาญเพิ่มเติม กทม. จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดภายใต้กรอบอำนาจที่มี
Summary
ชัชชาติ ยืนยันในตอนท้ายว่า จากการให้สำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจสอบทั้ง 43 จุด ยังไม่พบผลกระทบหรือข้อร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อนรำคาญเพิ่มเติม กทม. จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดภายใต้กรอบอำนาจที่มี โดยระหว่างรอมาตรการควบคุมเรื่องผังเมืองจากรัฐบาลซึ่งคาดว่าจะชัดเจนในอีก 1 สัปดาห์ หากมีการยื่นขออนุญาตตั้งดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ กทม. จะรับเรื่องไว้แต่จะชะลอการพิจารณาไปก่อน จนกว่าจะมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจากภาครัฐ
ชัชชาติ ระบุว่า ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ยังไม่เข้าข่ายโรงงานอุตสาหกรรม การกำกับดูแลจึงเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน อาทิ การไฟฟ้านครหลวงพิจารณาด้านการใช้ไฟฟ้า การประปานครหลวงพิจารณาด้านการใช้น้ำ ส่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมธุรกิจพลังงานดูแลเรื่องการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่ กทม. รับผิดชอบด้านใบอนุญาตก่อสร้างตามกฎหมายควบคุมอาคาร ผังเมือง และสาธารณสุข โดยในอนาคตต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการของรัฐบาลว่าจะกำหนดให้อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือไม่
จากการสำรวจพบว่า มีดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็กที่แฝงอยู่ในอาคารต่างๆ จำนวน 43 แห่ง บางแห่งดำเนินการมานานกว่า 26 ปี มีการใช้ไฟกระจายตัวรวมประมาณ 2 เมกะวัตต์ ซึ่ง กทม. ได้นำข้อมูลเหล่านี้เข้าระบบเพื่อกำกับดูแลแล้ว สำหรับการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง พบว่ามี 12 แห่งที่ขออนุญาตกักเก็บเกิน 15,000 ลิตร (มี 1 แห่งกักเก็บถึง 90,000 ลิตร) ซึ่งดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและได้รับใบอนุญาต ส่วนอีก 31 แห่งใช้เครื่องปั่นไฟขนาดเล็กจึงไม่ต้องขออนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน