Krungthep Turakij
‘ศุภชัย’ ชี้ ‘คดีโกง สว.’ พิสูจน์รายคน หากหลักฐานไม่ถึง ‘กกต.’ยุติเรื่อง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ศุภชัย” ชี้ “คดีโกง สว.” ตาม รธน.ม.226 “กกต.” ต้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครทุจริต-รู้เห็นการกระทำของบุคคลอื่น ถึงส่งศาลฯ ได้ แจง7ปม ความรับผิดต้องพิสูจน์เป็นรายบุคคล หลักฐานถึงก็ส่ง ไม่ถึงก็ยุติเรื่อง มีเหตุผลทางกม.รองรับ
Key facts
- ข้อกังขาของสังคม ไม่เท่ากับหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า
- กกต.ไม่ใช่ บุรุษไปรษณีย์ ที่มีหน้าที่ส่งทุกข้อกล่าวหาให้ศาล
- สำนวนของ กกต.มีความสำคัญต่อการพิจารณาของศาลโดยตรง
- พยานที่กลับคำให้การหรือได้รับประโยชน์ ต้องถูกชั่งน้ำหนักอย่างระมัดระวัง
- Accountability ไม่ได้หมายความว่าต้องส่งศาล
- หลักนิติธรรมต้องคุ้มครองทั้งสังคมและผู้ถูกกล่าวหา
Summary
นาย ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงกรณีการ เลือก สว. และข้อถกเถียงเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของระบบตรวจสอบอำนาจ ว่า เห็นด้วยกับหลักการสำคัญที่ว่าไม่มีใครอยู่เหนือการตรวจสอบ และองค์กรอิสระต้องใช้อำนาจอย่างรับผิดชอบ แต่ในทางกฎหมายจำเป็นต้องแยกให้ชัดระหว่างความกังวลต่อความน่าเชื่อถือของระบบ กับเงื่อนไขทางกฎหมายสำหรับการส่งคดีขึ้นสู่ศาล
คดีเกี่ยวกับการเลือก สว.ไม่อาจใช้ความผิดปกติในภาพรวมมาเป็นเหตุให้ทุกคนที่ถูกกล่าวถึงต้องรับผิดตามไปด้วย ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ใครทำอะไร เมื่อใด อย่างไร และพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลนั้นอย่างไร หลักจากคดีเลือก สว.ที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยก็สะท้อนหลักสำคัญว่า ต้องพิสูจน์ทั้งการกระทำที่กล่าวหาและความเชื่อมโยงถึงผู้สมัครที่ถูกร้อง มิใช่อาศัยเพียงข้อสันนิษฐานจากสถานการณ์โดยรวม
การเสนอว่า ยื่นคำร้องไปก่อน แล้วให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยอีกชั้น อาจดูเหมือนเป็นการเปิดทางให้ตรวจสอบ แต่ต้องไม่ลืมว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต.ต้องมี หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เสียก่อน หากทุกข้อกล่าวหาต้องถูกส่งต่อศาลโดยอัตโนมัติ ก็ไม่มีเหตุผลที่กฎหมายจะกำหนดมาตรฐานดังกล่าวไว้ กกต.จึงมีหน้าที่สืบสวน ไต่สวน ตรวจสอบ และชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ก่อนตัดสินใจว่าจะยื่นคำร้องหรือยุติเรื่อง