← Back to KHAO

ก.ล.ต. จับมือ แบงก์ชาติ ยกระดับคุมเข้ม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ปิดช่องฟอกเงิน-ขนเงินเลี่ยง FX พร้อมดีเดย์ ‘Travel Rule’ 27 ก.พ.ปีหน้า แกะรอยเส้นทางคริปโตฯ

11 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ภาพกราฟิกแสดง ก.ล.ต. และแบงก์ชาติ ร่วมมือกันยกระดับคุมเข้มสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อป้องกันการฟอกเงิน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึง Stablecoin หลังจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาพบปริมาณการซื้อขายสูงผิดปกติ พร้อมเตรียมบังคับใช้หลักเกณฑ์ ‘Travel Rule’ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเส้นทางการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลและป้องกันการใช้เป็นช่องทางทำธุรกรรมผิดกฎหมาย

Key facts

Summary

ทั้งนี้ ในประเทศไทย Stablecoin ยัง ไม่สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน (Means of Payment) ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก ธปท. ภายใต้กฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน ขณะที่ ก.ล.ต. มีบทบาทหน้าที่ในการกำกับดูแลในมิติของการลงทุนเป็นหลัก ทำให้ทั้งสองหน่วยงานต้องประสานความร่วมมือเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว

จอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยว่า จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วงต้นปี 2569 พบว่า ปริมาณการซื้อขายหรือวอลุ่มของ USDT ปรับตัวสูงขึ้นอย่างผิดปกติ โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 50% ของปริมาณการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวเลขที่แซงหน้ามูลค่าการซื้อขาย Bitcoin

การยกระดับการตรวจสอบตัวตน (Onboarding & KYC/CDD/EDD) เพิ่มความเข้มงวดในการทำ รู้จักลูกค้า (KYC), การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) และการตรวจสอบอย่างเข้มงวด (EDD) โดยหากพบว่าเป็นบัญชีม้าจะทำการปฏิเสธทันที รวมทั้งต้องฝาก-ถอนผ่านบัญชีธนาคารที่ชื่อตรงกันเท่านั้น

Read full article at The Standard →