Matichon
ส. ศิวรักษ์ เล่าลึก กว่าจะเป็น ‘โครงการตำราฯ’ ย้อนเหตุการณ์ ‘ศ.ดร.ป๋วย-พระองค์วรรณ-เจ้าคุณประยุทธ์’ สู่เล่ม ‘วิเศษสุด’ ที่ไทยเคยมี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักพิมพ์มติชน และมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จัดงานครบรอบ 60 ปี มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริรัตน์ ณ ระนอง คณบดีคณะศิลปศาสตร์ กล่าวเปิดงาน และ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ‘ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กับ
Key facts
- นายสุลักษณ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า 60 ปีมูลนิธิโครงการตำราฯ ที่ท่านทั้งหลายมาจัดงาน นับว่าน่ายินดี แต่เราต้องเข้าใจว่าอุดมศึกษาของไทยเกิดก่อนโครงการตำราฯ ไม่นานนัก ในฐานะที่ตนเป็นคนแก่ อยากจะเล่าย้อนหลังว่า
- นายสุลักษณ์ กล่าวว่า ตนขออธิบายเพิ่มเติมว่า คนไทยเขียนหนังสือ แต่งตำรายาก ฝึกให้หัดเขียนบทความสั้น ๆ แปลอะไรต่างๆ ออกวารสารให้คนเหล่านี้เริ่มฝึกอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ อย่างไรก็ตาม เวลานั้นออกอะไรไม่ได้ ช่วง 2500 เผด็จการคุมหมด
- 3 คน บอกว่าสุลักษณ์ทำงานไม่ได้เรื่อง ก็ไปขอเงินมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ แน่นอนว่าต้องเอาชื่อศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นผู้นำ ตอนนั้นท่านเป็นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ท่านก็ยอม มูลนิธิฯ บอกว่า ได้ แต่ต้องเอาสุลักษณ์มาเป็นกรรมการด้วย
- ต่อมาเวลา 14.20 น. มีการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ พร้อม E-book ของมูลนิธิโครงการตำราฯ ทุกเล่ม
Summary
นายสุลักษณ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า 60 ปีมูลนิธิโครงการตำราฯ ที่ท่านทั้งหลายมาจัดงาน นับว่าน่ายินดี แต่เราต้องเข้าใจว่าอุดมศึกษาของไทยเกิดก่อนโครงการตำราฯ ไม่นานนัก ในฐานะที่ตนเป็นคนแก่ อยากจะเล่าย้อนหลังว่า คนที่สนใจอยากให้เมืองไทยมีมหาวิทยาลัยนั้น คนสำคัญคนหนึ่ง คือ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ซึ่งตัวท่านเองไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ เรียนเพียงโรงเรียนฝึกหัดครู แต่ท่านเห็นว่าเมืองไทยจะศิวิไลซ์ต้องมีมหาวิทยาลัย
นายสุลักษณ์ กล่าวว่า การพิมพ์หนังสือในเมืองไทย ที่เป็นวิชาความรู้ขัดกับชนชั้นปกครองถือว่าอันตราย ผิดกับสหรัฐอเมริกา ที่อเมริกา แม้สอนหนังสือดีอย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่พิมพ์ตำราออกมาเป็นที่ยอมรับ คุณก็ไม่ได้ตำแหน่งอาจารย์ประจำ ผิดกับเมืองไทย
นายสุลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า เราต้องเข้าใจว่า สมัยสงครามเวียดนาม ไทยอยู่ใต้อเมริกันเต็มที่ เพราะฉะนั้นอเมริกันก็อยากให้ไทยเป็นอย่างอเมริกัน จึงต้องมีตำรา แล้วจะทำอย่างไร อเมริกันก็หาเงินมาให้ และเมืองไทยนั้น อเมริกันก็ให้ทหารมาตลอด