Matichon
ศุภชัย โต้มาร์ค พูดจริงครึ่งเดียว ยันกกต.มีอำนาจวินิจฉัย ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ เหวี่ยงแหส่งศาล เสี่ยงโดนฟ้องกลับ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
เมื่อเวลา 14.55 น. วันที่ 12 กันยายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องฮั้วสว.ให้ศาลในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ โดยไม่ต้องใช้ดุลยพินิจว่าจะยื่นหรือไม่ยื่นว่า ดูเหมือนว่านายอภิสิทธิ์ ได้ออกความเห็น ซึ่งตนมีความเห็นแย้ง ที่บอกว่าถ้ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดให้ กกต. ส่งเรื่องไปยังศาล
Key facts
- เมื่อเวลา 14.55 น. วันที่ 12 กันยายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
- เมื่อถามว่า ที่นายศุภชัยบอกว่าวันที่ 14 กันยายนนี้ จะมีคดีที่ช็อกคืออะไร นายศุภชัย กล่าวว่า ช็อกนี้ มันแล้วแต่ใครจะช็อก ตนคิดว่ามันต้องมีช็อกนั่นแหละ แต่คงไม่พูดดีกว่า เอาเป็นว่าตั้งแต่ตนดูมาถึงวินาทีนี้มีคนช็อกกันเป็นระยะอยู่แล้ว
- นายศุภชัย กล่าวต่อว่า นายอภิสิทธิ์พูดอยู่ครึ่งเดียว ทั้งนี้ที่ตนพูดเพื่ออยากจะบอกว่าอำนาจตามกฎหมายของ กกต. รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัด สิ่งที่จะย้ำให้ประชาชนได้ทราบคือกกต.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ กกต. ไม่ได้มีหน้าที่ที่เมื่อมีการไต่สวน
- นายศุภชัย กล่าวว่ายืนยันมาตลอดและไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถ้าวินิจฉัยแล้วไม่เข้าองค์ประกอบตามกฎหมายที่ตั้งข้อหามา 6 ข้อหา ท่านฟ้องไม่ได้ตามที่กล่าวอ้างคณะไต่สวนชุดที่ 26 จะฟ้องแบบเหวี่ยงแห ฟ้องทุกราย ทั้งๆที่แต่ละคนพฤติการณ์
Summary
เมื่อเวลา 14.55 น. วันที่ 12 กันยายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องฮั้วสว.ให้ศาลในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ โดยไม่ต้องใช้ดุลยพินิจว่าจะยื่นหรือไม่ยื่นว่า ดูเหมือนว่านายอภิสิทธิ์ ได้ออกความเห็น ซึ่งตนมีความเห็นแย้ง ที่บอกว่าถ้ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดให้ กกต. ส่งเรื่องไปยังศาล
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า นายอภิสิทธิ์พูดอยู่ครึ่งเดียว ทั้งนี้ที่ตนพูดเพื่ออยากจะบอกว่าอำนาจตามกฎหมายของ กกต. รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัด สิ่งที่จะย้ำให้ประชาชนได้ทราบคือกกต.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ กกต. ไม่ได้มีหน้าที่ที่เมื่อมีการไต่สวน สอบสวนจบแล้วก็ต้องส่งไปยังศาล แต่กกต. มีหน้าที่จะวินิจฉัยในเรื่องเหล่านั้นในทุกคดี และกกต.ได้ปฏิบัติอย่างนี้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่อง ส.ส.หรือท้องถิ่นทั้งหมดเป็นอำนาจของ กกต. ถ้ามีเหตุอันควรเชื่อก็ส่ง ไม่ได้หมายความว่าทุกเรื่องต้องต้องส่ง
นายศุภชัย กล่าวว่ายืนยันมาตลอดและไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถ้าวินิจฉัยแล้วไม่เข้าองค์ประกอบตามกฎหมายที่ตั้งข้อหามา 6 ข้อหา ท่านฟ้องไม่ได้ตามที่กล่าวอ้างคณะไต่สวนชุดที่ 26 จะฟ้องแบบเหวี่ยงแห ฟ้องทุกราย ทั้งๆที่แต่ละคนพฤติการณ์ การกระทำไม่เหมือนกันคุณจะมาจับเหวี่ยงแห อันนี้ผิดกกต.มีสิทธิจะถูกฟ้องได้
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันเรื่องของการดำเนินคดี เรื่องที่มีโทษทางอาญาต้องมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดที่ชัดเจน แต่ละข้อหาต้องพิสูจน์ได้ว่า 229 รายมีการกระทำความผิดอะไรบ้าง พฤติการณ์เป็นอย่างไร ถ้าบอกจ่ายเงินจ่ายให้กับใคร ประเภทที่บอกไปอยู่ด้วยกันโทรศัพท์หากันอันนี้พยายามทำให้สังคมไขว้เขว ตนยังยืนยันว่า อำนาจ กกต.ชัดเจน ถ้าเห็นมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีความผิด มีการกระทำความผิดก็ต้องยื่น แต่ถ้าท่านเห็นว่าไม่ผิดยื่นไม่ได้ วันนี้เห็นว่าใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด