The Standard
วงเสวนาชี้ 14 ก.ย. มติ กกต. เดินพันความเสื่อมประชาธิปไตยไทย มองหลักฐานคดีโกงเลือก สว. กรรมการต้องตัดสินอย่าง ‘วิญญูชน’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรมสัมมนาในหัวข้อ ‘จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย’ ที่อาคารรัฐสภา โดยในช่วงบ่ายได้มีวงเสวนาเพื่อจับตามติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 14 กันยายนนี้ ว่าจะสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ในสำนวนคดีการทุจริตเลือก สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือไม่
Key facts
- 14 ก.ย. เดิมพันประชาธิปไตยไทย เสื่อมทรุดหรือยังฟื้นฟูได้
- คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรมสัมมนาในหัวข้อ ‘จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย’ ที่อาคารรัฐสภา
- ศ.ดร. สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กกต. ที่ ศ.พิเศษธงทองระบุว่าได้ทำคลอดนั้นถือว่าแท้งไปแล้ว เพราะ กกต. ชุดนี้มาจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งมีความแตกต่างหลักคือ กกต. ในรัฐธรรมนูญ 2540 มาจากการ สว.
- กรรมการต้องตัดสินอย่าง ‘วิญญูชน’ ชี้แจงความเห็นข้างน้อย
- ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กรรมการกฤษฎีกา อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยอมรับว่า ตนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ทำคลอด กกต. เพราะเคยร่วมอยู่ในสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ปี 2540
- ศ.พิเศษธงทองชี้ว่า วุฒิสภาที่เป็นอิสระนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 แล้ว เพราะเป็น สว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งมีหัวคะแนนในพื้นที่เลือกตั้งเดิม เป็นเหตุให้ กกต. ไม่เป็นกลางไปด้วย นำมาสู่ปัจจุบันที่กลายเป็น กกต.
Summary
จากนั้นในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 จึงมีแนวคิดให้มีคณะบุคคลที่เป็นอิสระและเป็นกลางมาทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง โดยเราไม่ได้คิดไปไกลถึงว่าองค์กรดังกล่าวจะมีองคาพยพกว้างขวางในระดับใกล้เคียงกับกระทรวง พร้อมเปิดเผยว่า ในขณะนั้นใช้ กกต. ของอินเดียเป็นโมเดล ทำให้มีคำตอบเบื้องต้นคือ ถ้าเรามีวุฒิสภาที่เป็นอิสระ เราก็จะมี กกต. ที่เป็นอิสระ ที่วุฒิสภาเป็นผู้กลั่นกรองมาให้
ศ.พิเศษธงทองยังกล่าวถึงข้อความตามกฎหมายว่า “ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” โดยมองว่า สามารถตีความได้ว่าใครเชื่อ ซึ่งตามกฎหมายบอกว่าเป็นกรรมการ และกรรมการนั้นต้องวางตัวเป็นวิญญูชน คือผู้มีเหตุผลธรรมดาเหมือนมนุษย์ทั่วไป สำหรับพยานหลักฐานต่างๆ บุคคลก็ถือว่ามีน้ำหนักแต่คนก็โกหกได้ แต่เราจะมองข้ามพยานหลักฐานที่เป็นเอกสาร หรือข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้หรือ และหาก กกต. เห็นต่างจากวิญญูชนทั่วไป ก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่าเพราะอะไร
ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กรรมการกฤษฎีกา อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยอมรับว่า ตนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ทำคลอด กกต. เพราะเคยร่วมอยู่ในสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ปี 2540 ซึ่งอาจใช้สำนวนไทยได้ว่า ‘หนีเสือปะจระเข้’ โดย ‘เสือ’ เดิมคือปัญหาการเลือกตั้งที่จัดโดยกระทรวงมหาดไทย ที่อาจมีความเสี่ยงให้เกิดการแทรกแซงได้โดยเครือข่ายท้องถิ่น