Thansettakij
อสังหาฯภูเก็ตพุ่ง 7 แสนล้าน วิลล่า-คอนโดตากอากาศครอง 52% เจาะตลาดต่างชาติ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ดร.โสภณเผยตลาดอสังหาฯภูเก็ตปี 2569 มีหน่วยขายรวม 90,597 หน่วย มูลค่า 7.05 แสนล้านบาท สูงสุดในภูมิภาค ชี้ 52% เป็นวิลล่า-คอนโดตากอากาศ เจาะกำลังซื้อต่างชาติ ขณะที่ตลาดคนไทยเปราะบาง
Key facts
- บ้านไทยเน้น 2-7 ล้าน วิลล่าหรูแตะ 40 ล้าน
- ในจำนวนดังกล่าวมีหน่วยขายรวม 90,597 หน่วย มูลค่า 705,055 ล้านบาท ขายไปแล้ว 76,582 หน่วย มูลค่า 527,777 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 85% ของจำนวนหน่วยทั้งหมด โดยเฉลี่ยสามารถขายได้ประมาณ 5.2% ของหน่วยขายในแต่ละเดือน
- ในด้านมูลค่า อาคารชุดตากอากาศมีมูลค่าการพัฒนาสูงถึง 339,227 ล้านบาท ขณะที่วิลล่าตากอากาศมีมูลค่า 221,672 ล้านบาท รวมกันคิดเป็นประมาณ 80% ของมูลค่าที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการขายในภูเก็ต
- เมื่อแยกตามระดับราคา พบว่าบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ 37% หรือ 1,875 หน่วย อยู่ในช่วงราคา 5-7 ล้านบาท ขณะที่บ้านแฝด 48% หรือ 2,821 หน่วย อยู่ในช่วงราคา 3-5 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ 68% หรือ 6,566 หน่วย อยู่ในช่วงราคา 2-3 ล้านบาท
- เมื่อพิจารณาเฉพาะหน่วยขายที่เข้าสู่ตลาดในปี 2569 ภูเก็ตมีมูลค่ารวม 176,538 ล้านบาท สูงกว่าชลบุรีที่ 151,822 ล้านบาท ระยอง 51,453 ล้านบาท และเชียงใหม่ 49,303 ล้านบาท แม้จำนวนหน่วยของภูเก็ตจะอยู่ที่ 13,779 หน่วย ต่ำกว่าชลบุรีและระยอง
- โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตพึ่งพากำลังซื้อจากตลาดต่างประเทศในสัดส่วนสูง ขณะที่ตลาดสำหรับคนไทยมีขนาดเล็กกว่า โดยกลุ่มสินค้าที่จับตลาดคนไทย ได้แก่ อาคารชุดพักอาศัย 21,392 หน่วย หรือ 24% ทาวน์เฮาส์ 9,729 หน่วย บ้านแฝด
Summary
โครงสร้างตลาดพึ่งพากำลังซื้อจากต่างชาติเป็นสำคัญ โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักจากรัสเซีย จีน ยุโรป และตะวันออกกลาง เพื่อการลงทุนและอยู่อาศัยระยะยาว
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตมีมูลค่ารวมที่รอการขายสูงถึง 705,055 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดในบรรดาจังหวัดภูมิภาค โดยได้รับแรงหนุนจากกำลังซื้อของชาวต่างชาติ
ดร.โสภณประเมินว่า หากไม่มีการเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติม สินค้าที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันจะใช้เวลาประมาณ 19.2 เดือนในการขายหมด สะท้อนว่าตลาดภูเก็ตยังมีอุปสงค์รองรับในระดับหนึ่ง แม้โครงสร้างความต้องการจะแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างตลาดคนไทยและตลาดต่างชาติ