Ban Muang
“ดร.สุวิทย์” ชวนสังคมถอดบทเรียนคดี “สมีโชติ” ชี้ต้องเปลี่ยนจาก “ศรัทธาไร้คำถาม” สู่ “ศรัทธา × ปัญญา” สร้างระบบตรวจสอบพระ–วัด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวความว่า
Key facts
- สร้าง “สิทธิในการตั้งคำถาม” จัดให้มีช่องทางร้องเรียนและตรวจสอบที่เป็นอิสระจากสายบังคับบัญชาของวัดโดยตรง เป้าหมายไม่ใช่สร้างวัฒนธรรมจับผิด แต่คือทำให้คนสามารถถามได้โดยไม่ต้องเสี่ยงเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจเพียงลำพัง
- สู่จินตวิศวกรรมสังคมแห่งความเชื่อ คดี “สมีโชติ”
- เป็นขั้วตรงข้าม แท้จริงแล้ว ศรัทธาที่ดีควรเปิดทางไปสู่ปัญญา และปัญญาควรกำกับศรัทธา ศรัทธาเปิดใจต่อสิ่งที่มีคุณค่า ให้ความเคารพ และผลักดันให้เราเดินตาม ปัญญาพิจารณาว่าสิ่งนั้นจริงหรือไม่ ป้องกันความลุ่มหลง และชี้ว่าควรเดินไปทางไหน ดังนั้น
- การลามสูตร: สิทธิในการตั้งคำถามที่มีอายุ 2,500 ปี กาลามสูตรมีความร่วมสมัยอย่างน่าประหลาด เพราะพระพุทธองค์ทรงเตือนไม่ให้ปลงใจเชื่อ เพียงเพราะเป็นคำบอกเล่า เป็นของเก่า เป็นข่าวลือ เป็นคัมภีร์ เป็นตรรก หรือเพียงเพราะผู้พูดเป็นครูของเรา
Summary
แต่หากบทความนี้จบลงเพียงคำถามว่า “พระรูปหนึ่งทำผิดได้อย่างไร?” มันก็จะเป็นเพียงข่าวอาชญากรรมอีกหนึ่งชิ้นที่ถูกลืมในเวลาไม่นาน คำถามที่ใหญ่กว่าคือ “เหตุใดสังคมของเราจึงมอบศรัทธาให้บุคคล จนบางครั้งยอมวางปัญญาของตัวเองลง?” นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาของพระหรือวัด แต่เป็นปัญหาของ “วัฒนธรรมความเชื่อทั้งระบบ” สังคมไทยไม่ได้ขาดปัญญาในระดับปัจเจก หากแต่ยังขาด “สถาปัตยกรรมทางสังคมที่ทำให้การตั้งคำถามเป็นเรื่องปกติ ปลอดภัย และมีต้นทุนต่ำ”
ศรัทธา × ปัญญา จากคดี “สมีโชติ” สู่จินตวิศวกรรมสังคมแห่งความเชื่อ คดี “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งถูกดำเนินคดีจากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับทรัพย์สินของวัดและพฤติกรรมที่ขัดต่อพระธรรมวินัย สร้างความสะเทือนใจแก่พุทธศาสนิกชนจำนวนมาก
“ระบบอุปถัมภ์ในแวดวงศาสนา” อาจทำให้การยอมรับทางสังคมเชื่อมโยงกับความใกล้ชิดหรือความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจทางศาสนา ขณะเดียวกัน วัฒนธรรมแบบอำนาจนิยมอาจทำให้การศึกษาให้คุณค่ากับการเชื่อฟังมากกว่าการตั้งคำถาม และเมื่อระบบตรวจสอบถ่วงดุลภายในสถาบันยังไม่เข้มแข็ง การตั้งคำถามต่อสิ่งที่ได้รับการยอมรับจึงมักขึ้นอยู่กับความกล้าหาญของปัจเจกบุคคลมากกว่าพลังของระบบ เมื่อ “ต้นทุนของการถาม” สูงกว่า “ต้นทุนของการเชื่อ” ความงมงายก็มีโอกาสเติบโต นี่คือโจทย์ของ “จินตวิศวกรรมสังคม”