Krungthep Turakij
‘สหรัฐ-จีน’ เปิดฉากชิงอิทธิพลใน ‘เปรู’ ปักกิ่งชี้ “ไม่ใช่สวนหลังบ้านของใคร” หลัง ‘รูบิโอ’ เยือน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รมว.กต.สหรัฐเยือนเปรูเพื่อรับมืออิทธิพลจีน ขณะที่สถานทูตจีนแถลงตอบโต้อย่างดุเดือด ปกป้องการลงทุนของจีนและวิจารณ์นโยบายวีซ่าที่เข้มงวดของรัฐบาลวอชิงตัน
Key facts
- ศูนย์กลางของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้คือท่าเรือน้ำลึกชางคาย มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่งเปิดดำเนินการเมื่อเดือน พ.ย. 2024 โดยมี คอสโก ชิปปิ้ง รัฐวิสาหกิจจีนถือหุ้น 60% โครงการนี้ถูกสหรัฐเพ่งเล็งอย่างหนักถึงความเป็นไปได้ใน
- สหรัฐจึงเสนอทางเลือกในการลงทุนใหม่ๆ เพื่อเป็นการคานอิทธิพล เช่น ข้อตกลง แร่ธาตุสำคัญ การสนับสนุนเงินทุน 5 ล้านดอลลาร์สำหรับเหมืองแร่เปรู การลงนามบันทึกความเข้าใจด้านปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) ตลอดจนการที่เปรูกำลังพิจารณาซื้อเครื่องบินขับไล่
- ด้านสถานทูตจีนโต้แย้งว่า การลงทุนของจีนโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมาย โดยมีมูลค่าสะสมกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์และไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้สิน จีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเปรูมาถึง 12 ปีซ้อน โดยเปรูได้เปรียบดุลการค้าสูงถึง 5.2
- สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า กรุงลิมาถือเป็นจุดหมายสุดท้ายของรูบิโอในภารกิจการเยือนภูมิภาคนี้เป็นเวลา 3 วัน รูบิโอได้เข้าพบประธานาธิบดี เคอิโกะ ฟูจิโมริ ผู้นำฝ่ายอนุรักษนิยมของเปรูที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ค.
- นอกจากนี้ สถานทูตจีนยังได้วิจารณ์ นโยบายตรวจคนเข้าเมือง ของสหรัฐ โดยระบุว่านับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว จีนได้อนุญาตให้ชาวเปรูเดินทางเข้าประเทศจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นานสูงสุด 30 วัน ในขณะที่การขอวีซ่าเข้า "บางประเทศ"
- นอกจากนี้ รูบิโอยังแสดงความกังวลในภาคพลังงานที่ รัฐวิสาหกิจจีน เข้าควบคุมการกระจายกระแสไฟฟ้าทั้งหมดใน กรุงลิมา ซึ่งมีประชากรกว่า 10 ล้านคน
Summary
ผู้นำเปรูดำเนินนโยบายรักษาสมดุล โดยตกลงเข้าร่วมพันธมิตรด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่สำคัญกับจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด
สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า กรุงลิมาถือเป็นจุดหมายสุดท้ายของรูบิโอในภารกิจการเยือนภูมิภาคนี้เป็นเวลา 3 วัน รูบิโอได้เข้าพบประธานาธิบดี เคอิโกะ ฟูจิโมริ ผู้นำฝ่ายอนุรักษนิยมของเปรูที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้นำเปรูพยายามดึงดูดความร่วมมือด้านความมั่นคงจากสหรัฐ ในขณะที่ยังคงต้องปกป้องผลประโยชน์ทางการค้ากับจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดส่งออกที่รับซื้อสินค้าของเปรูในสัดส่วนสูงถึง 35-38%
ท่าทีดังกล่าวเรียกเสียงวิจารณ์จากสถานเอกอัครราชทูตจีน ซึ่งออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า จีนไม่เคยแทรกแซงกิจการภายใน และไม่เคยบังคับให้ประเทศใดต้องเลือกข้าง พร้อมตอกย้ำว่า "ซีกโลกตะวันตก ไม่ใช่สวนหลังบ้านของใคร" ซึ่งเป็นการเสียดสีวาทกรรมที่รัฐบาล ทรัมป์ นำมาใช้เพื่อสกัดกั้นคู่แข่งในการเข้าควบคุมสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ในภูมิภาค