Matichon
McKinsey เปิดภาพเศรษฐกิจอาเซียน-ไทย อุตฯ เทคหนุนเติบโต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
McKinsey เปิดภาพเศรษฐกิจอาเซียน-ไทย อุตฯ เทคหนุนเติบโต
Key facts
- กระแสเงินทุนไหลเข้า ไทยยังคงมีแรงส่งที่แข็งแกร่งด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในไตรมาส 2 โดยคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในช่วงครึ่งแรกของปีเพิ่มขึ้น 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 1.37 ล้านล้านบาท
- ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก McKinsey เผยแพร่รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า
- ค่าเงิน เงินบาทอ่อนค่าลงอีก 2.0% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2 หลังจากอ่อนค่าลง 4.2% ในไตรมาสแรก ส่งผลให้เงินบาทเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีผลการดำเนินงานแย่ที่สุดในเอเชียนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- การชะลอตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ในช่วงครึ่งแรกของปีขยายตัว 2.4% จากนั้นรัฐบาลได้ปรับกรอบคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 โดยปรับกรอบล่างขึ้นจาก 1.5% เป็น 2.0% ทำให้กรอบคาดการณ์ใหม่อยู่ที่ 2.0–2.5%
- การบริโภคภาคเอกชน การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวในไตรมาส 2 ที่ 1.9% ชะลอลงจาก 3.3% ในไตรมาสก่อนหน้า หลังค่าครองชีพที่สูงขึ้นกดดันการใช้จ่ายของครัวเรือน แม้จะได้รับแรงสนับสนุนบางส่วนจากมาตรการภาครัฐที่เริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน
- ในทางตรงกันข้าม ไทย และ ฟิลิปปินส์ มีแรงส่งทางเศรษฐกิจลดลง โดยการเติบโตชะลอตัวมาอยู่ที่ 1.9% และ 2.3% ตามลำดับ สะท้อนการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศและอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนลง
Summary
ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก McKinsey เผยแพร่รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคเทคโนโลยีและการค้าขยายตัวโดดเด่น
โดย เวียดนาม และ มาเลเซีย มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 8.39% และ 6.0% ตามลำดับ ขณะที่เศรษฐกิจ สิงคโปร์ ยังขยายตัวในระดับแข็งแกร่งที่ 5.9% ส่วน อินโดนีเซีย สามารถรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจไว้ได้ โดยขยายตัว 5.29% ทำให้ทั้ง 4 ประเทศจัดอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจที่มีการเติบโตโดดเด่นในภูมิภาค
ทั้งนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัวลงฉุดการเติบโตของบางประเทศ ขณะที่วิกฤตพลังงานในตะวันออกกลางยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและค่าเงิน และทำให้แต่ละประเทศมีแนวทางดำเนินนโยบายที่แตกต่างกันมากขึ้น