Prachachat
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
การสกัดกั้น “ทุนเทา” ไม่ให้เข้ามาเซาะ-กร่อน-บ่อนทำลาย ประเทศไทย เป็นอีกบทบาทสำคัญของแบงก์ชาติ ภายใต้การนำของ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประกาศค่านิยมองค์กรใหม่ “ยืนตรง มองไกล ยื่นมือ ติดดิน” นอกเหนือไปจากพันธกิจ “รักษาเสถียรภาพ” อันเป็นภารกิจหลักของแบงก์ชาติ
Key facts
- การยกระดับหลักเกณฑ์ KYC, CDD, EDD (การยืนยันตัวตน) สำหรับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และธนาคารพาณิชย์ กับระบบของ e-Payment ในการตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่มีความเสี่ยงสูง นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติแบบเชิงรุก และ 6.กำหนดรูปแบบพฤติกรรมผิดปกติที่มีตลอด 24 รูปแบบ
- ไม่ให้เข้ามาเซาะ-กร่อน-บ่อนทำลาย ประเทศไทย เป็นอีกบทบาทสำคัญของแบงก์ชาติ ภายใต้การนำของ “วิทัย รัตนากร”
- กล่าวว่า ในเดือน ต.ค. 69 จะเพิ่มเติมมาตรการให้มีการรายงาน เมื่อฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องชี้แจงว่าเงินมาจากที่ใด พร้อมกันนี้จะมีการแบ่งบันข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ
- เข้ารับตำแหน่ง แบงก์ชาติทยอยออกมาตรการเพื่อสกัดกั้นทุนเทาอย่างต่อเนื่อง จากเบาไปหาหนัก ตั้งแต่การกำกับธุรกรรมทองคำ ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2569 กรณีถอนทองคำตั้งแต่ 2 กิโลกรัม/วัน/แพลตฟอร์ม ต้องรายงาน, จำกัดวงเงินซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชั่น 50
- แนวทางใหม่ สร้างความร่วมมือระหว่างแบงก์ชาติกับภาคการเงิน 6 เรื่อง ได้แก่ 1.การถอนเงินสดออนไลน์ 5 ล้านบาทต้องรายงาน 2.การซื้อขายทองคำออนไลน์ 2 กิโลกรัม หรือมูลค่ารวม 10 ล้านบาทต้องรายงาน 3.กำหนดเพดานรับซื้อเงินตราต่างประเทศ 8 แสนบาท/ราย/วัน
- แม้แนวโน้มจำนวนการรับแจ้งเหตุเฉลี่ยจะลดลงจากปี 2568 จากเดิมประมาณ 1,040 เคส/วัน ปรับลดลงเหลือ 902 เคส/วัน แต่ถือว่าจำนวนรับแจ้งเหตุเฉลี่ยยังอยู่ในระดับสูง ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยเงินทุนและทรัพย์สินที่ได้มาจากการะทำความผิดและนำไปฟอกเงิน
Summary
ล่าสุดแบงก์ชาติได้ร่วมกับหน่วยงานภาคการเงิน 11 แห่ง ประกาศเจตนารมณ์ที่จะไม่ให้ภาคการเงินเป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือถูกใช้เป็นช่องทางสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมายและการทำทุจริต โดยยกระดับมาตรการตรวจสอบธุรกรรมเสี่ยงและการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อปิดช่องทางไม่ให้ระบบการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือทางผ่านของธุรกรรมผิดกฎหมาย เพื่อทำให้ “เงินเทา” ลดลงและทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น
ตั้งแต่ “วิทัย” เข้ารับตำแหน่ง แบงก์ชาติทยอยออกมาตรการเพื่อสกัดกั้นทุนเทาอย่างต่อเนื่อง จากเบาไปหาหนัก ตั้งแต่การกำกับธุรกรรมทองคำ ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2569 กรณีถอนทองคำตั้งแต่ 2 กิโลกรัม/วัน/แพลตฟอร์ม ต้องรายงาน, จำกัดวงเงินซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชั่น 50 ล้านบาท/คน/แพลตฟอร์ม เริ่มเมื่อเดือน มี.ค. 2569, การคุมถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2569 และในเดือน ต.ค. 2569 นี้จะยกระดับสู่การคุมการฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท จะต้องรายงานที่มาด้วย
ต่อไปนี้ภาคการเงินจะมีการแชร์ข้อมูลระหว่างกัน ทั้งแบงก์พาณิชย์ แบงก์รัฐ แบงก์ต่างประเทศ น็อนแบงก์ ผู้ให้บริการรับชำระเงิน ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ รวมถึงแชร์ต่อไปที่สำนักงาน ปปง., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงาน ก.ล.ต. และตำรวจ