Prachachat
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
เข้าสู่ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 3 เศรษฐกิจไทยยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ หรือพอประคองตัวไปได้ ด้วยหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งภาวะการส่งออกที่เติบโตได้ดี หรือมาตรการไทยช่วยไทย พลัส ที่รัฐบาลแจกเงินช่วยค่าครองชีพเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มีแนวคิดอาจต่ออายุโครงการไปอีก 1-2 เดือน
Key facts
- เข้าสู่ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 3 เศรษฐกิจไทยยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ หรือพอประคองตัวไปได้ ด้วยหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งภาวะการส่งออกที่เติบโตได้ดี หรือมาตรการไทยช่วยไทย พลัส ที่รัฐบาลแจกเงินช่วยค่าครองชีพเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน
- แผนการต่ออายุไทยช่วยไทย พลัส ส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นในระดับสูง และเฟสแรกถือว่ากระจายรายได้อย่างน่าพอใจ จากตัวเลขพบว่ามีผู้ได้รับสิทธิจำนวน 26 ล้านคน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13 ล้านคน เม็ดเงินสะพัดราว ๆ 1.5 แสนล้านบาท
- หากสามารถต่ออายุโครงการไทยช่วยไทย พลัสได้จริง บวกกับมาตรการไทยเที่ยวไทย พลัส ที่จะเริ่มลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม ผ่านทางแอปเป๋าตัง และเริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน จำกัดจำนวน 1 ล้านสิทธิ วงเงินสนับสนุนค่าที่พักในรูปแบบ Flat Rate
- มาตรการต่าง ๆ ที่รัฐกำลังเร่งคลอดออกมา ถือว่าอยู่ในจังหวะที่พอดีกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังปั่นป่วน ทั้งปัญหาราคาน้ำมันที่ดีดกลับไปทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากศึกสหรัฐ-อิหร่าน เกิดความรุนแรงอีกรอบ
- การออกมาตรการของรัฐบาลในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี สอดรับกับการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมาต่ำกว่าระดับ 50 แม้มีไทยช่วยไทย พลัส คอยพยุงอยู่ก็ตาม
Summary
มาตรการต่าง ๆ ที่รัฐกำลังเร่งคลอดออกมา ถือว่าอยู่ในจังหวะที่พอดีกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังปั่นป่วน ทั้งปัญหาราคาน้ำมันที่ดีดกลับไปทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากศึกสหรัฐ-อิหร่าน เกิดความรุนแรงอีกรอบ ความกังวลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับสูง จนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด มีแนวโน้มปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้าง
หากสามารถต่ออายุโครงการไทยช่วยไทย พลัสได้จริง บวกกับมาตรการไทยเที่ยวไทย พลัส ที่จะเริ่มลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม ผ่านทางแอปเป๋าตัง และเริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน จำกัดจำนวน 1 ล้านสิทธิ วงเงินสนับสนุนค่าที่พักในรูปแบบ Flat Rate จ่ายตามจริงสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาทต่อสิทธิ e-Coupon สำหรับใช้จ่ายในร้านอาหาร สปา หรือบริการท่องเที่ยวอื่น ๆ ในลักษณะ Copayment รัฐช่วยจ่าย 50% ประชาชนจ่าย 50% โดยแต่ละคนได้รับสูงสุด 5 สิทธิ น่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายไตรมาสสุดท้ายได้ประมาณหนึ่ง
สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี จึงเป็นงานหนักของรัฐบาล ที่ไม่เพียงต้องออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น หากแต่ยังต้องมองไปถึงภาคธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอี หรือแม้แต่รายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปโดยไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการ เพราะรายจ่ายส่วนหนึ่งย่อมผลักมาสู่ผู้บริโภค กลายเป็น “ผีซ้ำด้ำพลอย” เข้าไปอีก