Siam Blockchain
Metaplanet หั่นโบนัสผู้บริหาร 41% ลดผลกระทบผู้ถือหุ้น Bitcoin
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บริษัท Metaplanet ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นถือครอง Bitcoin ได้ตัดสินใจปรับลดสัดส่วนหุ้นรางวัลสำหรับผู้บริหารลงถึง 41% จนเหลือเพียง 188.2 ล้านหุ้นหลังจากเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มองว่าโครงสร้างเดิมเอาเปรียบนักลงทุน
Key facts
- บริษัท Metaplanet ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นถือครอง Bitcoin ได้ตัดสินใจปรับลดสัดส่วนหุ้นรางวัลสำหรับผู้บริหารลงถึง 41% จนเหลือเพียง 188.2 ล้านหุ้นหลังจากเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มองว่าโครงสร้างเดิมเอาเปรียบนักลงทุน
- Simon Gerovich ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัทออกมาชี้แจงว่าการปรับลดสัดส่วนในครั้งนี้เป็นการลบมูลค่าของใบสำคัญแสดงสิทธิที่เคยสูงถึง 220 ล้านดอลลาร์ทิ้งไปเพื่อแสดงความจริงใจว่าบริษัทไม่ได้ต้องการแสวงหาผลประโยชน์จากการลดสัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุน
- แม้จะมีการปรับลดสัดส่วนลงแต่กลุ่มผู้ถือหุ้นยังคงตั้งคำถามถึงความโปร่งใสเนื่องจากตัว CEO ปฏิเสธที่จะคืนหุ้นจำนวน 64 ล้านหุ้นที่เคยกดรับสิทธิ์ไปแล้วก่อนหน้านี้และยังหลีกเลี่ยงที่จะชี้แจงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับบริษัท MMXX Ventures อีกด้วย
Summary
เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องของการจัดการโครงสร้างภายในและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นบริษัทซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องหรือปัจจัยพื้นฐานของเครือข่าย Bitcoin ในตลาดภาพรวม
Metaplanet บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวที่โด่งดังจากการใช้กลยุทธ์กว้านซื้อ Bitcoin เก็บไว้เป็นสินทรัพย์สำรอง กำลังเผชิญกับแรงกดดันครั้งใหญ่จากผู้ถือหุ้นจนต้องประกาศปรับลดสัดส่วนกองทุนหุ้นรางวัลสำหรับผู้บริหารในโครงการ Series 10 Stock Acquisition Rights ลงถึง 41% ทำให้จำนวนหุ้นที่เตรียมไว้แจกจ่ายลดลงเหลือเพียง 188.2 ล้านหุ้น โดยการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่งเข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทในปี 2024 ออกมาประท้วงอย่างหนัก
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การลุกฮือของผู้ถือหุ้นจนบีบให้บริษัทต้องยอมถอยในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของนักลงทุนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลอย่างมาก แม้ว่า Metaplanet จะสร้างชื่อจากการเป็นหัวหอกในการเก็บสะสม Bitcoin ของฝั่งเอเชีย แต่หากปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและการจัดสรรหุ้นที่ไม่เป็นธรรมยังคงคลุมเครือ มันก็อาจกลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาวได้