Siam Blockchain
อินเดียลุยแปลงพันธบัตรเอกชนเป็นโทเคน ชำระเงินด้วยรูปีดิจิทัลผ่านเทคโนโลยี Blockchain
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของอินเดียเปิดตัวโครงการ Demat 2.0 เพื่อทดสอบการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในการออกและชำระดุลพันธบัตรภาคเอกชนในรูปแบบโทเคนดิจิทัล
Key facts
- หน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของอินเดียเปิดตัวโครงการ Demat 2.0 เพื่อทดสอบการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในการออกและชำระดุลพันธบัตรภาคเอกชนในรูปแบบโทเคนดิจิทัล
- ระบบใหม่นี้จะเชื่อมต่อบัญชีพันธบัตรเข้ากับสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางซึ่งช่วยให้การส่งมอบสินทรัพย์และการชำระเงินเกิดขึ้นพร้อมกันเพื่อลดความเสี่ยงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะผิดนัดชำระหนี้
- บริษัทขนาดใหญ่ของอินเดียหลายแห่งได้เริ่มระดมทุนผ่านระบบนี้แล้วโดยมีการใช้ Smart contract เข้ามาจัดการเรื่องการจ่ายดอกเบี้ยและการไถ่ถอนซึ่งทางการอินเดียตั้งเป้าที่จะขยายการเข้าถึงไปยังตลาดรองและนักลงทุนรายย่อยในอนาคต
Summary
ความเคลื่อนไหวนี้เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นเมื่อบริษัทชั้นนำหลายแห่งเริ่มเข้ามาใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินด้านพลังงานของรัฐอย่าง REC และบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่อย่าง Larsen & Toubro ที่ระดมทุนไปรายละประมาณ 56 ล้านดอลลาร์ รวมถึงบริษัทการเงิน IIFL Finance ที่ระดมทุนไปอีกราว 2.8 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานของพันธบัตรอย่างอัตราดอกเบี้ยหรือวันครบกำหนดไถ่ถอนจะยังคงรูปแบบดั้งเดิม แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือกระบวนการชำระดุลที่เปลี่ยนมาใช้เงินรูปีดิจิทัลแทน
ระบบ Demat 2.0 จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงบัญชีพันธบัตรเข้ากับระบบเงินรูปีดิจิทัลของธนาคารกลางอินเดีย ซึ่งทำให้การส่งมอบพันธบัตรและการจ่ายเงินเกิดขึ้นพร้อมกันทันที วิธีนี้ช่วยปิดช่องโหว่ความเสี่ยงในอดีตที่การจ่ายเงินและการส่งมอบสินทรัพย์ต้องผ่านระบบที่แยกส่วนกัน นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยี Smart contract เข้ามาช่วยจัดการเรื่องการจ่ายดอกเบี้ยและไถ่ถอนคืนโดยอัตโนมัติ
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า แนวทางของอินเดียถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก เพราะแม้ว่ารัฐบาลจะมีท่าทีระมัดระวังและค่อนข้างปิดกั้นตลาดคริปโตเคอร์เรนซีแบบเสรี แต่พวกเขากลับเลือกที่จะนำแก่นแท้ของเทคโนโลยี Blockchain มาพัฒนาระบบการเงินดั้งเดิมของประเทศตนเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การที่ธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแลเป็นผู้คุมเกมการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนด้วยตัวเอง จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ที่ปลอดภัยและอาจเป็นโมเดลต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ นำไปปรับใช้กับตลาดทุนของตนเองในอนาคต