The Standard
วงเสวนากดดัน กกต. สั่งฟ้องคดีทุจริตเลือก สว. ให้ประชาชนคุ้มครอง ลบข้อครหาช่วยผู้มีพระคุณ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
นักวิชาการ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนักกฎหมาย เรียกร้องให้ กกต. ส่งสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ให้ ศาลฎีกา พิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม ในการลงมติวันที่ 14 กันยายนนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาการเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีพระคุณ และเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสขององค์กร
Key facts
- นักวิชาการ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนักกฎหมาย เรียกร้องให้ กกต. ส่งสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ให้ ศาลฎีกา พิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม ในการลงมติวันที่ 14 กันยายนนี้
- ความพยายามดึงเวลายิ่งสงสัยพยานหลักฐานจากที่เคยสงสัย 70% จะกลายเป็น 100% แต่ไม่ว่าจะสงสัยระดับใด ต้องเข้าสู่การพิสูจน์ของศาลแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้คนที่ถูกกล่าวหาได้พิสูจน์ตัวเอง”
- ในการเสวนาหัวข้อ ‘วิกฤตศรัทธา (สภา) สูง โอกาสและความท้าทายในการเมืองไทย’ ฝจัดโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ชยพล สท้อนดี สส. กทม. พรรคประชาชน, โคทม อารียา
- มุนินทร์ชี้แจงถึงหลักกฎหมายในการวินิจฉัยคดีการเลือก สว. ตามมาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ว่า หน้าที่ของ กกต.
- ผมเดาความรู้สึก กกต. ว่าวันที่ 14 กันยายนนี้ จะเลือกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคุ้มครอง หรือให้ประชาชนจะคุ้มครอง ซึ่งช้างตายทั้งตัวจะเอาใบบัวปิดมิดหรือไม่”
Summary
การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กกต. อาจจำกัดวงผู้กระทำผิดไว้เพียงผู้สมัครรับเลือกตั้งถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากบุคคลใดที่รู้เห็นหรือกระทำการทุจริตย่อมเข้าข่ายเป็นผู้กระทำผิดได้ทั้งสิ้น
ในการเสวนาหัวข้อ ‘วิกฤตศรัทธา (สภา) สูง โอกาสและความท้าทายในการเมืองไทย’ ฝจัดโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ชยพล สท้อนดี สส. กทม. พรรคประชาชน, โคทม อารียา อดีต กกต., สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ และ มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นอกจากนี้ มุนินทร์ระบุว่าการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 และความพยายามจำกัดนิยามคำว่า “มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า” เป็นการทำงานที่อาจขัดต่อกฎหมาย สร้างความเคลือบแคลงต่อสังคม และทำให้ประชาชนเพิ่มความสงสัยในกระบวนการพิจารณาพยานหลักฐาน หาก กกต. ไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย อาจนำไปสู่การยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ทบทวนมติของ กกต. ในภายหลัง