Post Today
“BOYY” แบรนด์กระเป๋าที่มีผู้ก่อตั้งคนไทย ในนิวยอร์ก 20 ปี ฝ่าโจทย์ตลาดลักชัวรีชะลอตัว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เปิดมุมมอง “บอย-วรรณศิริ คงมั่น” ดีไซเนอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง BOYY แบรนด์กระเป๋าที่โด่งดังมากว่า 20 ปี เริ่มต้นจากนิวยอร์ก ดังในต่างประเทศ ก่อนขยายตลาดมาถึงไทย
Key facts
- ปัจจุบันฐานลูกค้าของ Boyyish แบ่งเป็นลูกค้าใหม่ประมาณ 50% และลูกค้าเดิมจาก BOYY อีก 50% สะท้อนว่าแบรนด์ใหม่ไม่ได้มีบทบาทเพียงการหาลูกค้ากลุ่มใหม่ แต่ยังเป็นอีกช่องทางในการดึงฐานลูกค้าเดิมกลับมาใช้จ่ายกับแบรนด์ในหมวดสินค้าที่แตกต่างออกไป
- อีกด้านคือการเร่งช่องทางออนไลน์ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายออนไลน์ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 30-50% เพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้านอกกรุงเทพฯ และเข้าถึงผู้บริโภคในต่างจังหวัดได้มากขึ้น
- เป้าหมาย 500 ล้านบาทในปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงการหวังให้ตลาดเดิมกลับมาเหมือนเดิม แต่เป็นการสร้างเครื่องยนต์ใหม่ให้กับธุรกิจ ทั้งจาก Boyyish การขยายช่องทางออนไลน์ การเพิ่มจุดขายในประเทศ และการกลับไปสร้างตลาดในต่างประเทศ
- มองว่า Boyyish ยังมีพื้นที่ให้ขยายได้อีกมาก และอาจกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะพา BOYY กลับไปสู่ระดับยอดขายสูงสุดอีกครั้ง โดยวางเป้าหมายระยะ 2 ปีข้างหน้าไว้ใกล้เคียง 1,000 ล้านบาท
- เล่าว่า ในเวลานั้นกระเป๋า BOYY มีราคาอยู่ที่ประมาณ 13,500 บาท เป็นกระเป๋าผสมผ้าและหนัง ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีผู้บริโภคชาวไทยตัดสินใจซื้อ เพราะตลาดในเวลานั้นมีแบรนด์เจ้าตลาดอยู่แล้วจำนวนมาก
- 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดลักชัวรี่ค่อนข้างซบเซามาก ยอดขายแบรนด์ลักชัวรีตก แบรนด์ใหญ่ ๆ ยอดขายตกกว่า 75% รวมถึงเรายอดขายก็ตกไปกว่า 50%”
Summary
โดยชูจุดแข็งด้านดีไซน์และคุณภาพวัสดุ เช่น การเลือกใช้หนังอิตาลีที่มีคุณภาพและต้นทุนสูงกว่าแบรนด์ใหญ่ เน้นย้ำความคุ้มค่าและความคิดสร้างสรรค์เป็นหลัก ก่อนจะเติบโต สร้างชื่อเสียงวางขายในร้านมัลติแบรนด์ระดับโลก โด่งดังอยู่ในต่างประเทศมานานหลายปี ก่อนจะขยายตลาดในประเทศไทย
นี่คือมุมมองของ " บอย-วรรณศิริ คงมั่น" ดีไซเนอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง (Creative Director and Co-Founder) แบรนด์ BOYY ที่กำลังฉายภาพให้ฟัง เมื่อครั้งที่ "โพสต์ทูเดย์" มีโอกาสได้ไปชม Flagship Store ของ BOYY ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ถึงทิศทางของโลกแฟชันที่กำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน พร้อมกับยอมรับว่าตลาดลักชัวรีกำลังอยู่ในช่วงชะลอตัว แม้แต่ BOYY เองก็ยังเผชิญกับความท้าทายนี้ไม่ต่างกัน
หลังผ่านช่วงเติบโตอย่างร้อนแรงของตลาดลักชัวรี BOYY กำลังเดินเข้าสู่บทใหม่ของธุรกิจ เมื่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และตลาดแฟชั่นไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสินค้าราคาแพงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป