Matichon
กมธ.ป.ป.ช. ลงนาม MOA ต้านคอร์รัปชั่น ด้าน โสภณ ประกาศนำร่อง สภาฯ เป็นองค์กรยุติธรรม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จัดโครงการสัมมนา เรื่อง “การยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของประเทศไทยตามมาตรฐาน OECD”
Key facts
- เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จัดโครงการสัมมนา เรื่อง “การยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของประเทศไทยตามมาตรฐาน OECD”
- นายโสภณ กล่าวต่อว่า ตนในฐานะประธานสภาฯ มีนโยบายว่าเราต้องทำบ้านเมืองของเราให้เป็นตัวอย่าง จึงประกาศว่าเราจะนำร่องในเรื่องนี้ ซึ่งเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมีข้าราชการกว่า 3,000 คน และสภาแห่งนี้
- สองสิ่งนี้เป็นหน้าที่ของนิติบัญญัติ ที่จะต้องปรับระเบียบกฎหมายกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าสู่สากลในนานาประเทศที่เขายอมรับได้ โลกที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงนี้เราต้องมีธรรมาภิบาล
- การรร่วมลงนามข้อตกลงร่วมกันระหว่าง กมธ.ฯและ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น เป็นจุดเชื่อมสำคัญกับประชาชนและเอกชน แก้ปัญหาการทุจริตของประเทศไทย เป็นความพยายามที่มีเจตจำนงเข้มแข็ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแสดงเจตจำนง
Summary
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จัดโครงการสัมมนา เรื่อง “การยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของประเทศไทยตามมาตรฐาน OECD”
จากนั้นเป็นพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร และ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดย นายวิเชียร พงศธร รองประธานมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือดังกล่าวว่า กรณีที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) มีความสำคัญต่อประเทศไทย เพราะสมาชิกสร้างบรรทัดฐานความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อส่วนร่วม ซึ่งสร้างความไว้วางใจและศรัทธาจากนานาประเทศ
“การรร่วมลงนามข้อตกลงร่วมกันระหว่าง กมธ.ฯและ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น เป็นจุดเชื่อมสำคัญกับประชาชนและเอกชน แก้ปัญหาการทุจริตของประเทศไทย เป็นความพยายามที่มีเจตจำนงเข้มแข็ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแสดงเจตจำนง จากนั้นคือความพยายามสร้างงผลงงานแก้ปัญหาทุจริต สร้างระบบธรรมาภิบาลโดยรวม” นายวิเชียร กล่าว
ขณะที่นายอาสพล สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.ฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ว่า เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติมีความมุ่งมั่นมีความตั้งใจ และเรามีเป้าหมายที่จะร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยไปเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายในปี 2571 และเพื่อประกาศให้กับทุกคนได้ทราบว่าในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ และกมธ.ฯ เราพร้อมให้การสนับสนุนภาคประชาชนและภาคประชาสังคมในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ