Matichon
รัฐบาลปิดดีล MSD บ.ยาโลก ดึงลงทุน จ่อผลิตสารตั้งต้นยา HIV ตัวใหม่ ร่วมกับองค์การเภสัชกรรม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
เมื่อวันที่ 11 กันยายน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าดึงการลงทุนจากบริษัทยาและอุตสาหกรรมการแพทย์ระดับโลกเข้าสู่ประเทศไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ผลักดันไทยสู่ Medical Investment Hub โดยเปลี่ยนความสัมพันธ์จากการเป็นเพียง “ผู้ซื้อยา” ไปสู่การเป็น “พันธมิตรด้านการลงทุน” ที่ประเทศไทยต้องได้รับประโยชน์กลับมาทั้งการลงทุนใหม่ การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรไทย
Key facts
- เมื่อวันที่ 11 กันยายน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าดึงการลงทุนจากบริษัทยาและอุตสาหกรรมการแพทย์ระดับโลกเข้าสู่ประเทศไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ผลักดันไทยสู่ Medical Investment Hub
- ความร่วมมือกับ MSD ถือเป็น Quick Win แรกที่เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยมีแนวทางขยายการวิจัยทางคลินิกในประเทศไทย ซึ่งการวิจัยยาใหม่ 1 รายการ มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท และมีศักยภาพสร้างการจ้างงานบุคลากรราว 1,000 ตำแหน่ง
- การขับเคลื่อนดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวทางของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
- กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ภายใต้การขับเคลื่อนของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดการเจรจากับบริษัทยาระดับโลก 10 ราย เพื่อดึงแผนการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย ทั้งด้านการวิจัยทางคลินิก (Clinical Trial)
Summary
ความร่วมมือกับ MSD ถือเป็น Quick Win แรกที่เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยมีแนวทางขยายการวิจัยทางคลินิกในประเทศไทย ซึ่งการวิจัยยาใหม่ 1 รายการ มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท และมีศักยภาพสร้างการจ้างงานบุคลากรราว 1,000 ตำแหน่ง พร้อมเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลรัฐที่มีศักยภาพเข้ามามีบทบาทในการวิจัยมากขึ้น
การขับเคลื่อนดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวทางของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยรัฐบาลนำแนวคิด Offset Policy มาใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจากับบริษัทต่างชาติ เพื่อให้การจัดซื้อของภาครัฐสามารถต่อยอดกลับมาเป็นการลงทุนและการสร้างขีดความสามารถภายในประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางต่อยอดความร่วมมือด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการผลิตสารตั้งต้นยา หรือ API สำหรับยา HIV ตัวใหม่ ร่วมกับองค์การเภสัชกรรม ซึ่งหากดำเนินการได้ตามแผน จะช่วยยกระดับประเทศไทยจากการเป็นตลาดและผู้ซื้อยา ไปสู่การมีบทบาทในกระบวนการวิจัยและการผลิตยาที่มีเทคโนโลยีสูงมากขึ้น