BBC Thai
ฝ่ายค้านรุมตัดงบ กกต. หวั่นตัดตอน "คดีโกงเลือก สว."
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นักการเมืองจากพรรคร่วมฝ่ายค้านได้แปลงเวทีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 (พิจารณาเป็นรายมาตรา) เป็นเวทีวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อการพิจารณาคดีทุจริตเลือก สว. เมื่อปี 2567 หรือที่ถูกเรียกขานว่า "คดีโกงเลือก สว."
Key facts
- กลางสภาในช่วงบ่ายวันนี้ (10 ก.ย.) ทันทีที่เข้าสู่การพิจารณามาตรา 32 งบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ ให้ตั้งเป็นจำนวน 7,858.03 ล้านบาท (ปรับลดลงจากเดิม 7,818.73 ล้านบาท) ในจำนวนนี้เป็นงบของสำนักงาน กกต. 565.92
- นักการเมืองจากพรรคร่วมฝ่ายค้านได้แปลงเวทีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 (พิจารณาเป็นรายมาตรา) เป็นเวทีวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
- อภิสิทธิ์ดักคอ 4 กกต. ที่ สว. ตั้ง อาจเข้าข่าย "ต่างตอบแทน"
- การอบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวน ระดับต้น 11.9 ล้านบาท และ 2
- โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4.8 ล้านบาท ว่าควรได้รับการอนุมัติหรือไม่
- โครงการอบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวน ระดับต้น 11.91 ล้านบาท ซึ่งอยู่ภายใต้แผนงานพื้นฐานด้านความมั่นคง คืองบที่ถูก สส. ฝ่ายค้านหยิบยกมาอภิปรายมากที่สุดและเสนอให้ตัดทิ้ง โดยสำนักงาน กกต. ตั้งเป้าฝึกอบรม 100 คนต่อปี หรือคิดเป็นงบ 1.2
Summary
เขายกกรณี " ขบวนการโกงเลือก สว. " ซึ่งเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา กกต. อย่างโจ่งแจ้ง ทำให้สังคมกังวลใจว่า กกต. จะ "ตัดตอน" เรื่องดังกล่าวไม่ให้ไปถึงศาล พร้อมตั้งสมมติฐานว่าเจ้าหน้าที่บางส่วนของ กกต. "มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ" กับขบวนการโกง สว. หรือไม่ ก่อนไล่เลียงลำดับเหตุการณ์ความผิดปกติตั้งแต่ต้น
ประเด็นนี้กลายเป็น "วาระร้อน" กลางสภาในช่วงบ่ายวันนี้ (10 ก.ย.) ทันทีที่เข้าสู่การพิจารณามาตรา 32 งบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ ให้ตั้งเป็นจำนวน 7,858.03 ล้านบาท (ปรับลดลงจากเดิม 7,818.73 ล้านบาท) ในจำนวนนี้เป็นงบของสำนักงาน กกต. 565.92 ล้านบาท (ปรับลดลงจากเดิมที่ตั้งไว้ 609.16 ล้านบาท)
นายพริษฐ์ระบุว่า "เจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างใน" หากไม่ได้หมายถึง กกต. ก็คิดไม่ออกว่าจะหมายถึงใคร จึงนำมาสู่การตั้งคำถามต่องบประมาณที่สำนักงาน กกต. ขอมาเกี่ยวกับการตรวจสอบทุจริตใน 2 กรณีคือ 1. การอบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวน ระดับต้น 11.9 ล้านบาท และ 2. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4.8 ล้านบาท ว่าควรได้รับการอนุมัติหรือไม่