Nation TV
'ศุภจี' ถกรัฐมนตรีพาณิชย์อินเดีย เชื่อมจุดแข็งไทย - อินเดีย สู่ Global Supply Chain
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
'ศุภจี' เยือนเดลี ถกรัฐมนตรีพาณิชย์อินเดีย ขับเคลื่อน 'Trusted Strategic Partnership' ชู Co-Creation เชื่อมจุดแข็งไทย - อินเดีย สู่ Global Supply Chain
Key facts
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เข้าพบหารือกับนายปิยุช โกยาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย ณ กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย กรุงนิวเดลี
- เบื้องต้นเสนอ 5 สาขานำร่อง ได้แก่ อาหารแปรรูป สุขภาพและเวลเนส อุตสาหกรรมสีเขียว อัญมณีและเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมบริการ (Hospitality) โดยเป็นการจับคู่ศักยภาพของทั้งสองประเทศ เช่น อินเดียมีวัตถุดิบอัญมณีและตลาดขนาดใหญ่
- นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเดินหน้ากลไกความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุม คณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย–อินเดีย ในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อหารือและติดตามความคืบหน้าความร่วมมือต่าง ๆ
- นางศุภจี กล่าวว่า ไทยและอินเดียมีจุดแข็งที่สามารถนำมาเชื่อมต่อและสร้างมูลค่าเพิ่มร่วมกันได้ โดยอินเดียมีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีบุคลากรทักษะสูง เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงตลาดที่มีศักยภาพ
Summary
นางศุภจี กล่าวว่า ไทยและอินเดียมีจุดแข็งที่สามารถนำมาเชื่อมต่อและสร้างมูลค่าเพิ่มร่วมกันได้ โดยอินเดียมีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีบุคลากรทักษะสูง เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงตลาดที่มีศักยภาพ ขณะที่ไทยมีความพร้อมด้านการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ คุณภาพและมาตรฐานสินค้า ความคล่องตัว ตลอดจนเป็นฐานเชื่อมโยงสำคัญสู่อาเซียน ดังนั้น ไทยจึงเสนอแนวทาง “ร่วมสร้าง-ร่วมลงทุน (Co-Creation Co-Investment)”
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เข้าพบหารือกับนายปิยุช โกยาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย ณ กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย กรุงนิวเดลี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยกับอินเดีย โดยย้ำว่า ไทยและอินเดียเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน และพร้อมยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น “พันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจได้”
เบื้องต้นเสนอ 5 สาขานำร่อง ได้แก่ อาหารแปรรูป สุขภาพและเวลเนส อุตสาหกรรมสีเขียว อัญมณีและเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมบริการ (Hospitality) โดยเป็นการจับคู่ศักยภาพของทั้งสองประเทศ เช่น อินเดียมีวัตถุดิบอัญมณีและตลาดขนาดใหญ่ ขณะที่ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและเจียระไน หรือความร่วมมือด้าน Hospitality ที่อินเดียมีประชากรวัยหนุ่มสาวและกำลังขยายตัวด้านการท่องเที่ยวและบริการ ขณะที่ไทยมีองค์ความรู้และหลักสูตรด้านการโรงแรมและบริการที่สามารถนำมาต่อยอดร่วมกันได้