The Standard
แม้มีโทษจำคุก 20 ปีและเฆี่ยน สิงคโปร์ยังเปิดทางพิจารณาฉีดยากดฮอร์โมนเพศ หากพิสูจน์ได้ว่าลดอาชญากรรมจริง แต่ย้ำว่าหลักฐานยังไม่มีข้อสรุป
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สิงคโปร์ยังเปิดทางพิจารณามาตรการฉีดยากดฮอร์โมนเพศ หรือที่เรียกกันว่า Chemical Castration เพื่อรับมือกับอาชญากรรมทางเพศ หากมีหลักฐานหนักแน่นพอว่ามาตรการดังกล่าวช่วยลดอาชญากรรมได้จริง
Key facts
- ล่าสุดคือกฎหมายที่เรียกว่า Sentence for Enhanced Public Protection (SEPP) ซึ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2026
- สิงคโปร์ยังเปิดทางพิจารณามาตรการฉีดยากดฮอร์โมนเพศ หรือที่เรียกกันว่า Chemical Castration เพื่อรับมือกับอาชญากรรมทางเพศ หากมีหลักฐานหนักแน่นพอว่ามาตรการดังกล่าวช่วยลดอาชญากรรมได้จริง
- เค ชานมูกัม รัฐมนตรีอาวุโสและรัฐมนตรีมหาดไทยของสิงคโปร์ ระบุในคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 กันยายนว่า รัฐบาลยังเปิดกว้างต่อการพิจารณามาตรการต่างๆ รวมถึงการรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมนเพศชาย
- บทลงโทษที่มีอยู่แล้วและกฎหมายใหม่ที่เพิ่งบังคับใช้
- นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขกฎหมายมาต่อเนื่องหลายปี ทั้งการเพิ่มฐานความผิดใหม่เมื่อปี 2019 เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์เชิงแสวงประโยชน์กับผู้เยาว์อายุ 16-18 ปี และการเพิ่มโทษจำคุกสูงสุดสำหรับความผิดฐานอนาจารเมื่อปี 2021
- ในเอเชีย เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย และคาซัคสถาน มีกฎหมายที่เปิดให้บังคับใช้มาตรการนี้กับผู้กระทำผิดทางเพศบางกลุ่มได้ โดยเกาหลีใต้เป็นประเทศแรกในเอเชียที่นำมาตรการบังคับมาใช้เมื่อปี 2011
Summary
เขาระบุว่าบทลงโทษเหล่านี้หนักพอที่จะส่งสัญญาณป้องปรามการกระทำผิดได้
หลายประเทศใช้แล้ว รวมถึงไทย
เค ชานมูกัม รัฐมนตรีอาวุโสและรัฐมนตรีมหาดไทยของสิงคโปร์ ระบุในคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 กันยายนว่า รัฐบาลยังเปิดกว้างต่อการพิจารณามาตรการต่างๆ รวมถึงการรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมนเพศชาย หากพิสูจน์ได้ว่ามาตรการเหล่านั้นได้ผลในการลดอัตราอาชญากรรม