Germany · European Union · The Standard
พรรคขวาจัด AfD ชนะการเลือกตั้งระดับรัฐของเยอรมนี จุดเปลี่ยนทิศทางการเมือง กับภาพสะท้อนการกดทับทางประวัติศาสตร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผลการเลือกตั้งในรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ (Saxony Anhalt ) ถูกจับตามองว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองของเยอรมนี เนื่องจากไม่เคยมีพรรคการเมืองที่ถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มขวาจัด (Right Wing Extremist) พรรคใดสามารถคว้าชัยชนะเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งระดับรัฐ ด้วยคะแนนเสียงทิ้งห่างอันดับสอง คือพรรครัฐบาลแบบถล่มทลายเช่นนี้ได้มาก่อน
Key facts
- ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2021 ที่พรรคได้คะแนนนิยมเพียง 9%
- พรรค AfD (Alternative for Germany) กลายเป็นพรรคการเมืองขวาจัดพรรคแรกที่ทำเช่นนี้ได้ โดยได้รับชัยชนะ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 43.8% ทิ้งห่างพรรครัฐบาลกลาง-ขวาอย่าง พรรค CDU (Christian Democratic Union) ที่ได้คะแนนเสียง 17.2% ไปกว่าสองเท่า
- อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงคะแนน คือนโยบายผู้อพยพและแรงงานต่างชาติ โดยรัฐซัคเซิน อันฮัลท์ มีสัดส่วนผู้อพยพและแรงงานชาวต่างชาติประมาณ 7.9% ของประชากร ซึ่งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับทั่วประเทศที่มีประมาณ
- ในแง่อุดมการณ์ก็จะลำบาก แต่ขึ้นอยู่กับการเมืองภายใน โดยหากพรรค CDU มีการเปลี่ยนผู้นำพรรคที่มีความเห็นอกเห็นใจกับพรรค AfD มากขึ้น ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ แต่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า อาจจะอยู่ที่ประมาณ 20-30%
- ผลการเลือกตั้งในรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ (Saxony Anhalt ) ถูกจับตามองว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองของเยอรมนี เนื่องจากไม่เคยมีพรรคการเมืองที่ถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มขวาจัด (Right Wing Extremist)
- รัฐฝั่งตะวันออก กับแรงกดทับทางประวัติศาสตร์
Summary
ขณะที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า ปัจจัยอะไรที่ทำให้ประชาชนในรัฐฝั่งตะวันออกของเยอรมนีหันมาเทคะแนนให้พรรค AfD และมีโอกาสแค่ไหนที่แรงส่งจากชัยชนะครั้งนี้ จะทำให้พรรคเดินหน้าต่อไปได้ไกลถึงขั้นพลิกขั้วการเมืองระดับประเทศของเยอรมนี ให้กลายมาเป็นขั้วการเมืองแบบขวาจัด
พรรค AfD (Alternative for Germany) กลายเป็นพรรคการเมืองขวาจัดพรรคแรกที่ทำเช่นนี้ได้ โดยได้รับชัยชนะ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 43.8% ทิ้งห่างพรรครัฐบาลกลาง-ขวาอย่าง พรรค CDU (Christian Democratic Union) ที่ได้คะแนนเสียง 17.2% ไปกว่าสองเท่า แม้จะไม่สามารถครองเสียงข้างมากเด็ดขาดได้ โดยคาดว่าจะได้ที่นั่งในสภาจำนวน 39 ที่นั่ง ซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์ 42 ที่นั่งที่จำเป็นสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว
ขณะที่สงครามในยูเครนทำให้เงินเฟ้อและค่าครองชีพในเยอรมนีเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายของประชาชนที่เกี่ยวกับพลังงาน เนื่องจากที่ผ่านมาแหล่งพลังงานหลักของเยอรมนีที่ให้ความอบอุ่นแก่ผู้คนช่วงหน้าหนาว คือก๊าซธรรมชาติที่มาจากรัสเซีย แต่พอสงครามกับรัสเซียเกิดขึ้น และเยอรมนีคว่ำบาตรก๊าซจากรัสเซียตั้งแต่ปี 2022 ทำให้ราคาก๊าซสูงขึ้นมาก กระทบค่าครองชีพและก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชน ทั้งด้านนโยบายต่างประเทศและผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายใน