Kaohoon
“กรภัทร” ชี้ Fund Flow หวนซื้อหุ้นไทย รับธีม AI-Data Center ชู PTTEP-PTT-AWC เด่น
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีสัญญาณที่ดีขึ้น หลังนักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง โดยรอบนี้ไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดแรก ๆ ในเอเชียที่ได้รับเม็ดเงินต่างชาติ ควบคู่กับไต้หวัน ก่อนเริ่มเห็น Fund Flow กระจายเข้าสู่เกาหลีใต้และตลาดอื่นในภูมิภาคมากขึ้น
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด”
- นายกรภัทรระบุว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่เกี่ยวข้องกับไทยอยู่บริเวณ 87-88 ดอลลาร์/บาร์เรล หากราคาน้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อเนื่องอีกราว 1 เดือนครึ่ง อาจทำให้ราคาเฉลี่ยขยับขึ้นเหนือ 95 ดอลลาร์
- เบื้องต้น KSS ยังมองว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีลักษณะ Sticky Inflation หรือทรงตัวในระดับสูงมากกว่าจะเร่งตัวขึ้นอย่างรุนแรง จึงประเมินโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ประมาณ 55% และมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยราว 45% อย่างไรก็ตาม
- ด้านกลุ่มพลังงาน KSS มองว่า PTTEP ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และมีโอกาสปรับประมาณการกำไรขึ้น ขณะที่ธุรกิจกลางน้ำและปลายน้ำยังมีมาร์จิ้นอยู่ในระดับสูง แม้อาจไม่สูงเท่าไตรมาส 2
Summary
ทั้งนี้ ตลาดเริ่มมองว่าความเสี่ยงจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ขณะที่แรงหนุนสำคัญมาจากวัฏจักรการลงทุนด้าน AI Infrastructure ที่เร่งตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีและหุ้น High Growth เริ่มกลับมาได้รับความสนใจ เนื่องจากตลาดมองเห็นศักยภาพการเติบโตของกำไรในระยะกลางถึงยาวที่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญในระยะสั้นคือ ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล และขึ้นไปใกล้ 102.5 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงในรอบประมาณ 2 เดือน โดยการปรับขึ้นของราคาน้ำมันถือเป็นปัจจัยลบต่อหลายประเทศในเอเชีย เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นประเทศนำเข้าน้ำมันสุทธิ หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดดุลการค้าและทำให้เศรษฐกิจของหลายประเทศมีความเปราะบางมากขึ้น
นายกรภัทรระบุว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่เกี่ยวข้องกับไทยอยู่บริเวณ 87-88 ดอลลาร์/บาร์เรล หากราคาน้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อเนื่องอีกราว 1 เดือนครึ่ง อาจทำให้ราคาเฉลี่ยขยับขึ้นเหนือ 95 ดอลลาร์ ซึ่งแม้ช่วงแรกจะเป็นบวกต่อประมาณการกำไรของหุ้นพลังงานและช่วยหนุนกำไรตลาด แต่หากยืดเยื้อมากเกินไป ผลบวกดังกล่าวอาจกลับกลายเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น