MCOT (TNA)
เตือนอุตฯ ยานยนต์ไทยรับศึกสองด้าน EV ทุบซัพพลายเดิม หวั่นค่ายรถย้ายฐาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
กรุงเทพฯ 9 ก.ย.- ส.อ.ท. เตือนอุตฯ ยานยนต์ไทยรับศึกสองด้าน แม้การเปลี่ยนผ่าน EV จะดันยอดขายรถยนต์ฟื้น แต่โครงสร้างที่กำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว กระทบห่วงโซ่ซัพพลายและค่ายรถเสี่ยงย้ายฐาน หนุนรักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่ นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ จากการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และแม้ว่ายอดขาย 7 เดือนแรกของปี 2569 จะโต
Key facts
- ซึ่งเป็นหัวใจหลักของภาคการผลิตไทย แม้ 7 เดือนแรกจะผลิตได้กว่า 5.2 แสนคัน แต่ยอดส่งออกกลับลดลงประมาณ 9% แรงกดดันจึงไม่ได้มีแค่กำลังซื้อในประเทศ แต่มาจากตลาดโลกด้วย โดยรถกระบะ 1 คันที่ผลิตในไทย มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) สูงมาก
- เหลือเพียง 38.7% ขณะที่อินโดนีเซีย 45.9% และเวียดนาม 56.9 “ ส.อ.ท.จับตาการ แข่งขันดึงดูดฐานการผลิตยานยนต์ในอาเซียนที่เข้มข้นขึ้นอย่างใกล้ชิด ทั้งอินโดนีเซียและเวียดนามต่างเร่งสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงการลงทุนและการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่
- รักษาความสามารถของฐานการผลิตเดิม พร้อมบริหารการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่อย่างสมดุลโดยเฉพาะการผลิตรถกระบะ ควบคู่กับการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเติบโตของเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต2
- สร้างสมดุลด้านนโยบายเพื่อดึงดูดการลงทุนและเพิ่มมูลค่าในประเทศ การกำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุนและโครงสร้างภาษี ควรคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของฐานอุตสาหกรรมเดิม.-517-สำนักข่าวไทย
Summary
กรุงเทพฯ 9 ก.ย.- ส.อ.ท. เตือนอุตฯ ยานยนต์ไทยรับศึกสองด้าน แม้การเปลี่ยนผ่าน EV จะดันยอดขายรถยนต์ฟื้น แต่โครงสร้างที่กำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว กระทบห่วงโซ่ซัพพลายและค่ายรถเสี่ยงย้ายฐาน หนุนรักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่ นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ จากการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และแม้ว่ายอดขาย 7 เดือนแรกของปี 2569 จะโต 15.39%