Krungthep Turakij
'มหาเศรษฐกิจเอเชีย' เคลื่อนย้ายทุน สะสมความมั่งคั่ง ซบสิงคโปร์-มาเลเซีย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนโลกการเงิน เหล่ามหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งในเอเชีย เริ่มเห็นการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุน เพื่อรักษาความมั่งคั่งส่งต่อรุ่นสู่รุ่น
Key facts
- แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อช่วงต้นปี แต่ระดับราคาที่ประมาณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังถือว่าเป็นฐานสูงมากเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต ขณะที่ Goldman Sachs คาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจพุ่งแตะ 4,900 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้
- สิงคโปร์หลุมหลบภัย ดึงเงินทุนตะวันออกกลาง
- ข้อมูลอ้างอิงจากรายงาน Hurun Global Rich List ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า ประเทศจีนมีจำนวนมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์มากที่สุดในโลกถึง 1,110 คน แซงหน้าสหรัฐที่มีจำนวน 1,000 คน
- เราเห็นกลุ่มคนรวยเปิดรับสินทรัพย์ประเภทใหม่ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี โดยความสนใจเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนจากกลุ่มนักลงทุนทายาทรุ่นใหม่เป็นหลัก"
Summary
"กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงมักมองหาเครื่องมือทางการเงิน ควบคู่ไปกับการถือครองสินทรัพย์ที่จับต้องได้ เช่น อสังหาริมทรัพย์ และโลหะมีค่า โดยเฉพาะทิศทางราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น ถือเป็นบทพิสูจน์ชั้นดีว่า ทองคำคือ แหล่งรักษามูลค่าที่แข็งแกร่ง และยังคงดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนได้" ลี กล่าว
ขณะเดียวกันก็พบกระแสการเคลื่อนย้ายทองคำจากเมืองดูไบเข้าสู่สิงคโปร์ รวมถึงการไหลทะลักของเม็ดเงินจากเศรษฐีชาวจีนที่เข้าไปลงทุนในประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง
แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อช่วงต้นปี แต่ระดับราคาที่ประมาณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังถือว่าเป็นฐานสูงมากเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต ขณะที่ Goldman Sachs คาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจพุ่งแตะ 4,900 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากแรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก