Reuters · United Kingdom · The Standard
สหราชอาณาจักรคว่ำบาตรอิสราเอล ปมตั้งนิคมขวางรัฐปาเลสไตน์ สำคัญอย่างไร?
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รัฐบาลสหราชอาณาจักรยกระดับแรงกดดันต่ออิสราเอล หลังออกมาประณามการขยายตัวของนิคมในเขตเวสต์แบงก์ พร้อมกล่าวหารัฐบาลเทลอาวีฟว่า เพิกเฉยต่อ ‘การกวาดล้างชาติพันธุ์’ (Ethnic Cleansing) ชาวปาเลสไตน์ และประกาศสนับสนุนแนวทางสองรัฐ (Two-State Solution)
Key facts
- อังกฤษยกระดับคว่ำบาตร ดัน ‘ทางออกสองรัฐ’
- เมื่อคืนนี้ (8 กันยายน) เอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ประกาศว่า รัฐบาลอังกฤษกำลังวางแนวทางใหม่ต่อความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ โดยจะขยับจากการประณาม ไปสู่การใช้มาตรการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
- อิสราเอลสวนกลับ ปิดสถานกงสุล-ตัดความร่วมมืออังกฤษ
- ปัจจุบัน อิสราเอลมีนิคมประมาณ 160 แห่งในเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก นับตั้งแต่เข้ายึดครองพื้นที่ในสงครามปี 1967 โดยมีชาวยิวอาศัยอยู่ในนิคมเหล่านี้ประมาณ 700,000 คน ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ราว 3.3 ล้านคนอาศัยอยู่ในเวสต์แบงก์
Summary
หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ การห้ามนำเข้าสินค้าจากนิคมอิสราเอลในดินแดนยึดครอง รวมถึงดำเนินมาตรการต่อบริษัทและบุคคลที่ให้บริการสนับสนุนการขยายตัวของนิคม ตลอดจนห้ามโฆษณานิคมผิดกฎหมายในสหราชอาณาจักร
ขณะที่ทางการอิสราเอลตอบโต้ โดยกล่าวหาสหราชอาณาจักรว่า แทรกแซงกิจการภายในและกระบวนการเลือกตั้งของประเทศ พร้อมประกาศปิดสถานกงสุลอังกฤษในเยรูซาเล็มตะวันออก รวมถึงระงับความร่วมมือบางส่วนระหว่างสองประเทศ
มิลิแบนด์ย้ำว่า มาตรการเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่นิคมและการขยายตัวของนิคม ไม่ใช่ประชาชนอิสราเอล พร้อมระบุว่า นโยบายชุดใหม่จะเริ่มมีผลภายใน 6-9 เดือนข้างหน้า