Prachachat
ปลดล็อกตลาดหุ้นไทยดึง IPO ลดเงื่อนไข-เปิดช่องพิเศษ 10 อุตฯใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตลาดหลักทรัพย์ฯยกระดับตลาดหุ้นไทยดึงธุรกิจ New Economy เข้าระดมทุน เดินหน้าปรับเกณฑ์เปิดทาง 10 อุตสาหกรรมโลกใหม่เข้าจดทะเบียน ทั้งลดระดับเกณฑ์ “มาร์เก็ตแคป-รายได้หลัก-กำไร” พร้อมเปิด “ช่องทางพิเศษ” ให้บริษัทได้รับส่งเสริม “BOI-EEC” ธุรกิจไม่มีกำไรเข้าจดทะเบียนได้ “อัสสเดช”
Key facts
- ตลาดหลักทรัพย์ฯยกระดับตลาดหุ้นไทยดึงธุรกิจ New Economy เข้าระดมทุน เดินหน้าปรับเกณฑ์เปิดทาง 10 อุตสาหกรรมโลกใหม่เข้าจดทะเบียน ทั้งลดระดับเกณฑ์ “มาร์เก็ตแคป-รายได้หลัก-กำไร”
- นอกจากนี้อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังปรับเกณฑ์ด้านรายได้ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของบริษัท New Economy มากขึ้น สำหรับบริษัทที่จะเข้า SET เดิมต้องมีรายได้จากการดำเนินงานรวมไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจ New Economy ต้องมากกว่า
- ว่า ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศเตรียมใช้หลักเกณฑ์รับหลักทรัพย์ใหม่ (IPO) เพื่อดึงอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 2569 ขณะนี้ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ
- การปรับเกณฑ์ใหม่จึงมุ่งทำให้เงื่อนไขใกล้เคียงกับกลุ่ม Recognized Country มากขึ้น โดยบางกรณีลดเงื่อนไขเพิ่มทุนลงมาอยู่ที่ประมาณ 5% เพื่อให้อุปสรรคด้านกฎเกณฑ์ลดลง และเปิดทางให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถออกไปแสวงหาบริษัทเป้าหมายจากประเทศต่าง ๆ
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกณฑ์ใหม่บริษัท New Economy ที่เข้าจดทะเบียนด้วยเกณฑ์มูลค่าหุ้นตามราคาตลาด (Market Capitalization Test) ใน SET เดิมกำหนดมูลค่าขั้นต่ำ 7,500 ล้านบาท แต่เกณฑ์ใหม่ลดเหลือ 5,000 ล้านบาท
- นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาโครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy เติบโตอย่างรวดเร็ว และต้องการแหล่งทุนที่เข้าถึงได้จริง
Summary
นายอัสสเดชกล่าวว่า เรื่องนี้จะเป็นการต่อ “3 จิ๊กซอว์” สำคัญ ได้แก่ 1.ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีหน้าที่ปรับหลักเกณฑ์รับหลักทรัพย์ให้รองรับลักษณะของธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะ New Economy ที่มีโครงสร้างธุรกิจและวงจรการเติบโตแตกต่างจากบริษัทแบบดั้งเดิม โดยบริษัท New Economy บางแห่งอาจยังไม่มีกำไรในปัจจุบัน แต่มีขนาดกิจการ รายได้ หรือศักยภาพการเติบโตในอนาคตสูง จึงจำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์ที่สามารถรองรับ
ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาโครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy เติบโตอย่างรวดเร็ว และต้องการแหล่งทุนที่เข้าถึงได้จริง การปรับเกณฑ์ครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ 3 ปี (ปี 2569-2571) เพื่อเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC รวมถึงบริษัทต่างประเทศเข้าระดมทุนได้สะดวกขึ้นโดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพบริษัทจดทะเบียน และเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุนไทยเข้าถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคต