Komchadluek
รวบหัวหน้าแก๊งเกาหลี! หลอกลงทุนอสังหาฯ ในไทย สูญกว่า 147 ล้านบาท
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันที่ 8 ก.ย. 2569 ที่ กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. และ Mr.Noh Kwang-il อดีตเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการล่าหัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นแดนกิมจิ (Korea Black Invest) บุกรวบ "นายฮัน"
Key facts
- หลังสามารถจับกุม นายฮัน อายุ 67 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5029/2567 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ในความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกง"
- ผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นสามารถยึดทรัพย์หรือพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินในประเทศไทยหรือไม่ เจ้าหน้าที่ระบุว่า เบื้องต้นพบว่าภรรยาของนายฮันมีเงินสด และสามารถอายัดเงินได้จำนวน 8.4 ล้านบาท
- ในครั้งแรกผู้เสียหายสนใจซื้อคอนโดมิเนียม โดยนายฮันให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 89 ล้านบาท เข้าบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมี น.ส.นิชชิตาฯ อายุ 57 ปี หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเป็นภรรยาของนายฮัน เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทดังกล่าว
- พ.ต.อ.เชาว์วัย ศานกมล รอง ผบก.ปอศ. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2563 ผู้เสียหายสัญชาติเกาหลีได้รับการชักชวนจากผู้ต้องหา โดยแนะนำให้ลงทุนในที่ดินและอาคารชุดในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายฮัน
- นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาที่เป็นตัวเชื่อมกับนายฮัน ซึง ฮุน โดยมีลักษณะเป็นนักธุรกิจที่ต้องการลงทุนและต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยจะติดต่อผ่านผู้ต้องหา มีการเดินทางมาดูพื้นที่ และเป็นเหตุให้ในประเทศไทยมีการแจ้งความที่ บก.ปอศ. 4
Summary
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์กล่าวว่า คดีนี้มีความยากลำบากและข้อจำกัดหลายประการ โดยประการแรก นายฮัน ซึง ฮุน ไม่เคยมีประวัติการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ทำให้ไม่สามารถทราบใบหน้าและตำหนิรูปพรรณเพื่อใช้ในการติดตามตัวได้ โดยจากการสอบถามนายฮันให้การว่า เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว เดินทางเข้ามาทางประเทศมาเลเซีย ก่อนลักลอบเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ
หลังสามารถจับกุม นายฮัน อายุ 67 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5029/2567 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ในความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกง" โดยจับกุมได้บริเวณบ้านพักใน ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ต่อมาภายหลังพบว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้นำเงินทั้งหมดไปลงทุนซื้อที่ดินตามที่กล่าวอ้างจริง ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งปัจจุบันมี 4 คดี 4 สำนวน รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 97.4 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพักหรูในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงขอหมายค้นและวางแผนเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา