Ban Muang
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง TIPAK เตรียมขายหุ้น IPO ไม่เกิน 143,683,270 หุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง TIPAK เตรียมขายหุ้น IPO ไม่เกิน 143,683,270 หุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
Key facts
- ‘บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์’ ความพร้อมเสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 143,683,270 หุ้น หลังสำนักงาน ก.ล.ต. นับ 1 แบบไฟลิ่งแล้ว ชูรากฐานอันแข็งแกร่งด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมฯ กว่า 50 ปี
- นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า หลังจากบริษัทฯ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์
- ก้าวสู่ผู้นำในการให้บริการด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย
Summary
ทั้งนี้ TIPAK เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง จากการมีทีมฝ่ายวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูง พร้อมทำงานร่วมกับลูกค้า เพื่อส่งมอบโซลูชันอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะคุณสมบัติพิเศษตามความต้องการ อาทิ การป้องกันความชื้น สารเคลือบเพื่อยืดอายุผักผลไม้ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งยังให้บริการออกแบบโครงสร้างและกราฟิก (Structural and Graphic Design) ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับสูงที่ให้สีสันคมชัดสวยงาม
‘บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์’ ความพร้อมเสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 143,683,270 หุ้น หลังสำนักงาน ก.ล.ต. นับ 1 แบบไฟลิ่งแล้ว ชูรากฐานอันแข็งแกร่งด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมฯ กว่า 50 ปี มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และแตกต่าง โรงงานขับเคลื่อนเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ พร้อมส่งมอบโซลูชัน
ทั้งนี้บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกและกล่องกระดาษลูกฟูกอันดับ 4 ของประเทศไทย โดยปี 2568 มียอดขายจากการผลิตและจำหน่ายสินค้าทั้ง 2 ประเภทรวม 2,530.63 ล้านบาท เป็นลูกค้าภายในประเทศ 100% เป็นการสั่งซื้อต่อเนื่อง (Active Customers) มากกว่า 775 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตสูงตามอุปสงค์ของตลาด ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิสำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 และ 2568 เท่ากับ 170.21 ล้านบาท และ 121.18 ล้านบาท ตามลำดับ