Nation TV
นายกฯ-กลาโหม เคาะอนุมัติเรือฟริเกตลำใหม่ ทร.จ่อแถลง 18 ก.ย.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และกลาโหม ไฟเขียวผลคัดเลือกเรือฟริเกตลำใหม่ กองทัพเรือย้ำประเทศต้องได้ประโยชน์สูงสุด เตรียมเปิดตัวผู้ชนะและชี้แจงเกณฑ์ 18 ก.ย.นี้
Key facts
- พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือว่า ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามรับทราบเอกสารสรุปผลการพิจารณาคัดเลือกตามที่กระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือเสนอเมื่อวันที่ 4
- วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต ได้ลงนาม ประกาศกองทัพเรือ ผู้ได้รับการคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกต จำนวน 1 ลำ
- การพิจารณาคัดเลือกได้ดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งในด้านขีดความสามารถทางยุทธการ ความเหมาะสมต่อภารกิจ ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ตลอดจนประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับในระยะยาว ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี
- กองทัพเรือตระหนักดีว่า โครงการจัดหาเรือฟริเกตเป็นโครงการที่ประชาชนและสังคมให้ความสนใจ เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งกับความมั่นคงของประเทศ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการใช้งบประมาณแผ่นดิน จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความถูกต้อง
Summary
8 กันยายน 2569 กองทัพเรือ ขยับก้าวสำคัญในโครงการ จัดซื้อ เรือฟริเกต หลัง นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และปลัด กระทรวงกลาโหม ลงนามอนุมัติผลการคัดเลือก เรือฟริเกต ลำใหม่เป็นที่เรียบร้อย การตัดสินใจครั้งนี้ยึดหลักความโปร่งใส คุ้มค่า และผลประโยชน์ชาติ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในให้เติบโตควบคู่กัน ทั้งนี้ กองทัพเรือเตรียมจัดแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดข้อเสนอและเปิดเผยผู้ชนะอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายนนี้
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือว่า ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามรับทราบเอกสารสรุปผลการพิจารณาคัดเลือกตามที่กระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือเสนอเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ปลัดกระทรวงกลาโหมได้ลงนามอนุมัติผลการพิจารณาคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว
การพิจารณาคัดเลือกได้ดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งในด้านขีดความสามารถทางยุทธการ ความเหมาะสมต่อภารกิจ ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ตลอดจนประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับในระยะยาว ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร การสร้างองค์ความรู้ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ