PPTV HD 36
ทองร่วงเพราะ “September Effect” ? หรือแค่พักฐานรอบใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ฮั่วเซ่งเฮง มองทองคำเดือนกันยายนมีโอกาสผันผวนจากทิศทางดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และ Bond Yield ขณะที่สถิติย้อนหลังสะท้อน “September Effect” ที่มักกดดันทองคำในระยะสั้น ก่อนมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงถัดไป โดยปัจจัยพื้นฐานระยะกลางถึงยาวยังมีแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และแรงซื้อจากธนาคารกลาง
Key facts
- ฮั่วเซ่งเฮง คาดเป้าหมายทองคำที่ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
- ราคาทองคำโลกเริ่มเข้าสู่ช่วงปรับฐานหลังขึ้นไปทำจุดสูงสุดใกล้ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนสิงหาคม โดยแรงส่งของแนวโน้มขาขึ้นเริ่มชะลอลง
- เกมลงทุนทองคำเปลี่ยน! ฮั่วเซ่งเฮงชี้ Bond Yield คือตัวแปรสำคัญ
- วอร์ชระบุว่า เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% และเฟดยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเสถียรภาพด้านราคา แม้ไม่ได้ให้ Forward Guidance อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไป
Summary
หลังจาก เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีที่เมืองแจ็กสันโฮล เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา และส่งสัญญาณว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นที่เฟดให้ความสำคัญ
วอร์ชระบุว่า เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% และเฟดยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเสถียรภาพด้านราคา แม้ไม่ได้ให้ Forward Guidance อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไป แต่ท่าทีดังกล่าวทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 15–16 กันยายน ขณะที่ Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น และกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
จากข้อมูลย้อนหลังของราคาทองคำ พบว่า เดือนกันยายนเป็นหนึ่งในเดือนที่ราคาทองคำมักเผชิญแรงขายและให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ ก่อนมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงเดือนถัดไป อย่างไรก็ตาม สถิติในอดีตไม่ใช่ตัวรับประกันทิศทางราคาในอนาคต แต่สามารถใช้เป็นหนึ่งในปัจจัยประกอบการประเมินจังหวะของตลาดได้