Krungthep Turakij
เคาะรายละเอียด "ไทยเที่ยวไทยพลัส" วงเงิน 3,500 ล้านบาท 1 ล้านสิทธิ์ เริ่มลงทะเบียน 1 ต.ค. นี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
"คลัง-กระทรวงท่องเที่ยว" เคาะรายละเอียด "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ใช้งบเงินกู้ 3,500 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ เริ่มเปิดลงทะเบียน 1 ต.ค. นี้ สนับสนุนค่าที่พักอัตราเดียวสูงสุด 1,500 บาทต่อคืนต่อสิทธิ์ ไม่เกิน 5 สิทธิ์ต่อคน และมอบคูปองท่องเที่ยวแบบร่วมจ่าย 50% มูลค่า 1,500 บาท และจะเพิ่มเป็น 2,000 บาท เมื่อใช้ในพื้นที่เมืองรอง เริ่มเดินทางได้ตั้งแต่ 1 พ.ย. เป็นต้นไป ก่อนงดใช้สิทธิ์ในช่วงปีใหม่ 15 ธ.ค. 2569 - 15 ม.ค. 2570
Key facts
- นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องลงทะเบียนพร้อมยื่นราคาห้องพักล่วงหน้า โดยทางรัฐบาลจะมีการตรวจสอบราคาห้องพักย้อนหลังและควบคุมไม่ให้มีการขึ้นราคาเกิน 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หากพบการขึ้นราคาเกินจริงหรือมีพฤติกรรมทุจริต
- ได้ตั้งแต่ 1-25 ต.ค. 2569 นี้ และเริ่มเดินทางท่องเที่ยวใช้สิทธิ์จริงได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569 เป็นต้นไป
- ในกรณีประชาชนใช้สิทธิ์สะสมครบถ้วนทั้งค่าที่พักและคูปองท่องเที่ยวในเมืองรอง จะได้รับเงินสนับสนุนรวมทั้งที่พักและคูปอง รวมแล้วกว่า 17,500 บาทต่อคน
- ล่าสุดได้มีแนวทางออกมาอย่างเป็นรูปธรรม และเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า
Summary
อย่างไรก็ดี โครงการมีเงื่อนไขสำคัญคือการ งดเว้นให้ใช้สิทธิ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค. 2569 ถึง 15 ม.ค. 2570 เนื่องจากผลการศึกษาทางสถิติพบว่า การใช้มาตรการอุดหนุนในช่วงปีใหม่ไม่มีผลต่อนัยสำคัญในการกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนมีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนั้นอยู่แล้ว
ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเกณฑ์อุดหนุน “ที่พัก-คูปองส่วนลด” โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ได้รับการจัดสรรกรอบวงเงินงบประมาณไม่เกิน 3,500 ล้านบาท โดยจะนำมาจาก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ เพื่อสนับสนุนโควตาจำนวน 1 ล้านสิทธิ์ โดยมีมาตรการช่วยเหลือและกระตุ้นการใช้จ่ายหลัก ๆ 2 ส่วน ดังนี้
คูปองท่องเที่ยว (Voucher) ร่วมจ่ายแบบคนละครึ่ง (Co-payment) : รัฐบาลได้ปรับเพิ่มมูลค่าคูปองสนับสนุนเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 บาทต่อสิทธิ์ และหากใช้สิทธิ์คูปองในพื้นที่เมืองรอง มูลค่าคูปองจะขยับเพิ่มขึ้นจาก 1,500 บาท เป็น 2,000 บาท ทบยอดสะสมได้ โดยประชาชนต้องร่วมจ่าย 50% เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการทั้งในภาคการท่องเที่ยว และภาคบริการ เช่น ธุรกิจสปา นวด ทำเล็บ รถรับจ้างในพื้นที่ ร้านอาหาร และกิจกรรมดำน้ำ