Prachachat
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ร่างแผนพัฒนาพลังงานประเทศ (PDP 2026) แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ขณะนี้ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการแล้ว ทำให้เห็นภาพพลังงานของประเทศกำลังจะเดินไปทางไหน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาด จาก 65% มาเป็น 70% จนไปได้ไกลถึง 80% ซึ่งจะถึงเป้าหมาย Net Zero 2593 พอดี เกิดคำถามขึ้นว่า กรอบแผน PDP 2026 ใครจะได้ประโยชน์
Key facts
- ร่างแผนพัฒนาพลังงานประเทศ (PDP 2026) แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ขณะนี้ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการแล้ว ทำให้เห็นภาพพลังงานของประเทศกำลังจะเดินไปทางไหน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาด จาก 65% มาเป็น 70%
- แน่นอนว่าผู้ที่จะได้ประโยชน์จากแผน PDP 2026 มีหลายกลุ่ม แต่ในระดับไม่เท่ากัน ส่วนแรกน่าจะมากสุดคือ “ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่”
Summary
สำหรับเทคโนโลยีอนาคต PDP 2026 ให้ความสำคัญกับ SMR ไฮโดรเจน และ CCS โดยวางเป้าหมาย SMR ไว้ที่ 9,000 เมกะวัตต์ในช่วงปลายแผน เริ่มต้นจาก 300 เมกะวัตต์เพื่อทดลองเทคโนโลยี ขณะที่ไฮโดรเจนคาดว่าจะเริ่มมีบทบาทในระบบไฟฟ้าหลังปี 2040 (2583) และ CCS จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอน และแม้ว่าสัดส่วนพลังงานสะอาด PDP 2026 ตั้งเป้าอย่างน้อย 65% แต่ก๊าซธรรมชาติจะยังทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าหลักประมาณ 11% และอีก 24% จะเป็นพื้นที่สำหรับเลือกแนวทางการเปลี่ยนผ่านในอนาคต ดังนั้น
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า แผน PDP 2026 มีการประชุมอนุกรรมการไปแล้วประมาณ 22 ครั้ง และจะเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งแรกในวันที่ 8 กันยายน 2569 ซึ่งความแตกต่างระหว่างฉบับใหม่กับเก่า คือ จากที่ระบบไฟฟ้ามีเพียงรัฐเป็นผู้จัดหา จากนี้ผู้บริโภคสามารถติดตั้งโซลาร์ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ติดตั้งแบตเตอรี่ และซื้อไฟฟ้าจากแหล่งอื่นได้ ขณะที่ภาคเอกชนมีบทบาทในการจัดหาพลังงานเพิ่มขึ้น สอดรับกับบริบทที่ภาคธุรกิจต้องใช้พลังงานสะอาดจากการรับมือกับ CBAM และ NDC
ในขณะที่เหล่ากูรูในแวดวงพลังงานต่างวิเคราะห์กันว่า หากแผน PDP ฉบับใหม่ได้รับการอนุมัติและเริ่มดำเนินการจริง จะก่อให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ในภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเม็ดเงินลงทุนจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ แต่จะครอบคลุมทั้งระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล การลงทุนที่โดดเด่นที่สุดจะอยู่ในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และโรงไฟฟ้าจากขยะ