Bangkok Today
‘เอกา โกลบอล’ชูนวัตกรรม High Barrier ดันบรรจุภัณฑ์พรีเมียม รับตลาดหมื่นล้านดอลลาร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“เอกา โกลบอล” ผู้นำบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารระดับโลก ขานรับศักยภาพไทยในฐานะผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก กางสถิติตลาดบรรจุภัณฑ์ Ready-to-Eat และ Pet Food พรีเมียมขยายตัวแรงทั่วโลก มุ่งส่งผ่านนวัตกรรม High Barrier ชนิดคงรูป ช่วยรักษาคุณภาพความสดใหม่ ยืดอายุสินค้า และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมร่วมขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานอาหารไทยเจาะเค้กตลาดโลกมูลค่ากว่าหมื่นล้านดอลลาร์
Key facts
- ขณะเดียวกัน สถิติวิจัยในระดับสากลยังชี้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยรายงานจาก Mordor Intelligence ประเมินว่า ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลก (Pet Food Packaging) จะมีมูลค่า 12.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และเติบโตสู่ 16.63
- นอกจากนี้ รายงานประจำปี 2569 ของ Grand View Research ยังระบุว่า ตลาดบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat Food Packaging) ทั่วโลก มีมูลค่า 430.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 647.4
- ต้องเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าและยกระดับศักยภาพการแข่งขันให้แก่ผลิตภัณฑ์ไทยในเวทีโลก ทั้งการรักษาคุณภาพ การยืดอายุการจัดเก็บ การรองรับการอุ่นรับประทาน ตลอดจนการตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรการการค้าระหว่างประเทศ
- นายชัยวัฒน์ กล่าวเสริมว่า การเติบโตของอาหารพร้อมรับประทานและอาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มพรีเมียม ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องการบรรจุภัณฑ์ที่สามารถทดแทนบรรจุภัณฑ์แบบดั้งเดิม เช่น กระป๋องโลหะ หรือ ขวดแก้ว เพื่อลดน้ำหนัก ลดภาระการขนส่ง และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
Summary
นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด ( EKA Global) ผู้พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) เปิดเผยว่า ทิศทางอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะเรื่องความสวยงาม หรือ ความสะดวกในการใช้งานเท่านั้น แต่กำลังเข้าสู่ยุคที่ “บรรจุภัณฑ์”
ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ สะท้อนถึงโอกาสอันมหาศาลของอุตสาหกรรมไทย โดยในปี 2568 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่า 3,276.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 8.15%) ครองตำแหน่งผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลก และในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ยังคงเติบโตต่อเนื่องด้วยมูลค่าส่งออก 1,425.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 5.15%) โดยมีอาหารสุนัขและแมว เป็นสินค้าขับเคลื่อนหลัก คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 87.81% ของมูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมด
“ตลาดในวันนี้ไม่ได้ถามเพียงว่า ‘บรรจุภัณฑ์เก็บอาหารได้นานแค่ไหน’ แต่ถามว่า ‘ใช้งานสะดวกเพียงใด ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและแต้มต่อในการส่งออกได้อย่างไร และจัดการหลังการใช้งานอย่างไร’ นี่คือโจทย์ที่ เอกา โกลบอล มุ่งมั่นพัฒนา เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยในการแข่งขันระดับสากลต่อไป” นายชัยวัฒน์ กล่าวสรุป /-