iLaw
โฉมหน้า “อนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36” ที่ กกต. ตั้ง ผู้ลงความเห็นว่า ไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหาคดีโกงเลือก สว. 229 คน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภา จะมีมติว่า จะสั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว. ในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งถือเป็นการปิดบทบาทคดีโกงเลือก สว. ในมือ กกต. อย่างเต็มรูปแบบ โดยหาก กกต. มีมติสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด คดีก็จะไปสู่การพิจารณาของศาลฎีกา หากมีมติสั่งฟ้องผู้ต้องหาบางส่วน คดีจะไปสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่ถูกสั่งฟ้องเท่านั้น แต่หาก กกต. มีมติสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด ก็จะ “ปิดประตู”
Key facts
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภา จะมีมติว่า จะสั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว. ในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งถือเป็นการปิดบทบาทคดีโกงเลือก สว. ในมือ กกต. อย่างเต็มรูปแบบ โดยหาก กกต. มีมติสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด
- เส้นทางของคดีโกงเลือก สว. นั้น ดำเนินมานานกว่า 2 ปี ผ่านขั้นตอนการพิจารณาตาม ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ระเบียบ กกต. ไต่สวนฯ) ซึ่งมีขั้นตอนทั้งสิ้น 4 ขั้น โดยการมีมติสั่งฟ้องของ
- อ่านต่อเกี่ยวกับขั้นตอนการไต่สวนตามระเบียบ กกต. ได้ ที่นี่
Summary
เส้นทางของคดีโกงเลือก สว. นั้น ดำเนินมานานกว่า 2 ปี ผ่านขั้นตอนการพิจารณาตาม ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ระเบียบ กกต. ไต่สวนฯ) ซึ่งมีขั้นตอนทั้งสิ้น 4 ขั้น โดยการมีมติสั่งฟ้องของ กกต. ชุดใหญ่เป็นขั้นตอนสุดท้าย
คณะอนุกรรมการดังกล่าว มาจากการเ สนอชื่อของบอร์ด กกต. ชุดใหญ่ โดยกรรมการแต่ละคนสามารถเสนอชื่ออนุกรรมการได้ 1 คน เนชั่นทีวีรายงานเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ว่า กกต. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดและข้อโต้แย้งคณะที่ 36 อันประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
หากย้อนกลับไปในขั้นตอนก่อนหน้า กล่าวคือ ขั้นตอนที่ 3 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีความเห็นว่า ไม่ควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 229 คน อันประกอบไปด้วยสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 138 คน และผู้ต้องหาอื่นอันประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ตลอดจนเครือข่าย รวม 91 คน ซึ่งคณะอนุกรรมการดังกล่าวเป็นคณะที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ไม่ได้ใช้คณะกรรมการชุดที่มีอยู่เดิม