Post Today
FETCO ชงรัฐเร่งออม รับแผนลงทุน 30% หวั่นเงินออมไม่พอ เสี่ยงขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"ไพบูลย์ นลินทรางกูร" ชี้ไทยต้องเร่งยกระดับเงินออมในประเทศ จาก 25% ของ GDP เป็น 28% รองรับเป้าหมายลงทุน 30% ของ GDP หากพึ่งพาเงินทุนต่างประเทศมากเกินไปอาจเพิ่มความเปราะบางทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอ 4 แนวทางสร้างเงินออมระยะยาว ทั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ Family Office และมาตรการดึงเงินทุนไทยในต่างประเทศกลับมาลงทุนในประเทศ
Key facts
- การลงทุนต้องเน้นเพิ่มผลิตภาพ (Productivity R&D)
- ทุกโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น AI หรือ Data Center รัฐบาลต้องวัดผลสัมฤทธิ์เรื่องการเพิ่มผลิตภาพให้ประเทศ เนื่องจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558-2566) ผลิตภาพของประเทศไทยเติบโตเฉลี่ย 0% การลงทุนใหม่ๆ
- ผลักดันกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ (Mandatory Provident Fund)
- ปรับปรุงกฎหมายดึงดูดและกักเก็บความมั่งคั่งในประเทศ
- ปัจจัยบวกหลัก นักลงทุนทุกกลุ่มให้น้ำหนักสูงสุดกับการไหลเข้าของเงินทุน (Fund Flow) ที่คาดว่าจะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่เริ่มฟื้นตัว โดยกำไรสุทธิไตรมาสล่าสุดพุ่งทะลุ 400,000 ล้านบาท
- ผลตอบแทนตลาดหุ้นไทย แม้ในเดือนสิงหาคมจะมีการปรับฐานชั่วคราวติดลบไป 2% จากแรงขายล็อกกำไร แต่ภาพรวมทั้งปี (YTD) ตลาดหุ้นไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยเติบโตถึง 26.6%
Summary
แต่โจทย์สำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่จะ ลงทุนเท่าไหร่ ? หากอยู่ที่ว่า ประเทศไทยมีเงินออมเพียงพอที่จะรองรับการลงทุนเหล่านั้นหรือไม่ ?
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มการลงทุน หวังยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนขึ้นไปแตะ 30% ของ GDP จากปัจจุบันราว 23%
"ไพบูลย์ นลินทรางกูร" ชี้ไทยต้องเร่งยกระดับเงินออมในประเทศ จาก 25% ของ GDP เป็น 28% รองรับเป้าหมายลงทุน 30% ของ GDP