← Back to KHAO

"สุชาติ" สั่งทลายรังไม้เถื่อนเชียงราย สกัดเทรลเลอร์ซุกประดู่ยักษ์ 109 ท่อน

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 6 outlets. See llms.txt for citation guidance.

KHAO Verified

"สุชาติ" สั่งทลายรังไม้เถื่อนเชียงราย สกัดเทรลเลอร์ซุกประดู่ยักษ์ 109 ท่อน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งบังคับใช้กฎหมาย หลังได้รับรายงานความคืบหน้าจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งมอบหมายให้ชุดปฏิบัติการพิเศษสนธิกำลังร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (CIB), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และตำรวจทางหลวง แกะรอยติดตามขบวนการลักลอบค้าไม้หวงห้ามข้ามชาติอย่างกัดไม่ปล่อย

Key facts

Summary

นายสุชาติ กล่าวเน้นย้ำว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญสูงสุดกับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและการค้าไม้มีค่าข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญในการปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติของแผ่นดิน ปฏิบัติการในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งสะท้อนถึงความเด็ดขาด การเอาจริงเอาจัง และความไม่โอนอ่อนผ่อนตามต่อการกระทำผิดกฎหมาย ทางกระทรวงฯ จะไม่ยอมให้กลุ่มทุนรายใดหรือขบวนการใดๆ เข้ามากอบโกย ทำลาย หรือแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของชาติโดยเด็ดขาด และได้สั่งการกำชับให้ชุดปฏิบัติการเร่งขยายผลแกะรอยสาวไปให้ถึงตัวการใหญ่และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยเร็วที่สุด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการได้เข้าตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่ในพื้นที่หมู่บ้านโป่งฮึ้ง ตำบลห้วยสัก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย พบการตั้งโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนและซุกซ่อนไม้ท่อนจำนวนมาก แต่กลุ่มผู้กระทำผิดไหวตัวทันและลักลอบขนย้ายไม้บางส่วนหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังแกะรอยต่อเนื่องกระทั่งช่วงวันที่ 6-7 ก.ย. สืบทราบว่าไม้ดังกล่าวถูกขนขึ้นรถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ของบริษัท ไทยเครน เชียงราย จำกัด จำนวน 2 คัน ออกจากโกดังย่านอำเภอเทิง

จากการตรวจค้นท้ายพ่วงรถเทรลเลอร์ทั้งสองคัน พบไม้ประดู่ท่อนขนาดใหญ่บรรทุกอัดแน่นเต็มคัน โดยคันแรกซุกซ่อนไม้ 47 ท่อน และคันที่สองซุกซ่อนอีก 62 ท่อน รวมของกลางไม้ประดู่ท่อนทั้งสิ้น 109 ท่อน เมื่อขอตรวจสอบเอกสารปรากฏว่าผู้ขับขี่ทั้งสองรายไม่สามารถแสดงเอกสารแหล่งที่มาของไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ อีกทั้งสภาพเนื้อไม้ไม่พบร่องรอยการแปรรูปเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเครื่องใช้มาก่อน ชัดเจนว่าเป็นการทำไม้และมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย