Matichon
‘จู หรงจี’ผู้รังสรรค์ฤดูใบไม้ผลิครั้งที่สองจีน-สหรัฐ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“จู หรงจี” ทำให้จีนและสหรัฐพบ “ฤดูใบไม้ผลิครั้งที่สอง” ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ อุตสาหกรรมรถยนต์ ค้าปลีก และบริการของสหรัฐ ต่างทำกำไรมหาศาลในจีน ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันก็ผลักดันให้บุคลากรของจีนเชื่อมโยงกับโลก ทำให้จีนกลับมาสัมผัสความรุ่งเรืองดุจสมัยราชวงศ์ถัง
Key facts
- ทำให้จีนและสหรัฐพบ “ฤดูใบไม้ผลิครั้งที่สอง”
- อดีตนายกรัฐมนตรีถึงแก่อสัญกรรม ท่ามกลางเสียงนกเสียงกาในสหรัฐว่า อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน มีความ “เสียใจ”
- ผ่านระบบโลกาภิวัตน์ อุตสาหกรรมรถยนต์ ค้าปลีก และบริการของสหรัฐ ต่างทำกำไรมหาศาลจากตลาดจีน ขณะเดียวกันก็ช่วยให้สหรัฐรักษาบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรม และผลักดันให้บุคลากรจีนรวมถึงระบบค่านิยมของจีนเชื่อมโยงกับโลกมากขึ้น
- กว่า 20 ปีรัฐบาลจีนได้ยึดแนวทางบริหารของ “จู หรงจี”
Summary
“จู หรงจี” อดีตนายกรัฐมนตรีถึงแก่อสัญกรรม ท่ามกลางเสียงนกเสียงกาในสหรัฐว่า อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน มีความ “เสียใจ” ที่เคยผลักดันให้จีนเข้าร่วมองค์การการค้าโลก (WTO) เพราะนโยบายดังกล่าวมีส่วนทำให้จีนผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจที่เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐ ปัจจุบัน ไม่ว่าข่าวลือนี้จะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่การตีความเช่นนี้ถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงต่อสาระสำคัญของโลกาภิวัตน์และการเปิดประเทศ
แนวคิดเปิดกว้างของ “จู หรงจี” ต่างหากที่ทำให้จีนและสหรัฐพบ “ฤดูใบไม้ผลิครั้งที่สอง” ผ่านระบบโลกาภิวัตน์ อุตสาหกรรมรถยนต์ ค้าปลีก และบริการของสหรัฐ ต่างทำกำไรมหาศาลจากตลาดจีน ขณะเดียวกันก็ช่วยให้สหรัฐรักษาบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรม และผลักดันให้บุคลากรจีนรวมถึงระบบค่านิยมของจีนเชื่อมโยงกับโลกมากขึ้น จนนำไปสู่ยุคแห่งนวัตกรรมที่คึกคักในปัจจุบัน
หากสหรัฐปิดประเทศและปฏิเสธการเข้าร่วม WTO ของจีน ไม่เพียงแต่ขนาดเศรษฐกิจจะถูกจำกัดลง ความสามารถในการดึงดูดบุคลากรจากทั่วโลกก็อาจลดลงด้วย การปิดประตูแล้วพอใจกับความยิ่งใหญ่ของตนเอง ท้ายที่สุดอาจเดินไปในเส้นทางเดียวกับญี่ปุ่นและบางประเทศในยุโรป