Matichon
สภาฯ ถกงบ 70 วาระ 2 ‘เอกนิติ’ ยันหั่น 1.1 หมื่นล้าน ยึดคุ้มค่า-สอดคล้องสถานการณ์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กันยายนที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่ 2 และ 3
Key facts
- เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กันยายนที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกมธ.ฯ รายงานผลการพิจารณาว่า กมธ.ฯ ร่วมกันพิจารณารายละเอียดของหน่วยรับงบประมาณรวม 3,286 หน่วยรับงบประมาณ ซึ่งกมธ.ฯ
- นายเอกนิติ กล่าวต่อว่ามีข้อเสนอสำคัญเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับ สถานการณ์เศรษฐกิจในปีงบประมาณ2570 ซึ่งสภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง จึงควรหาแนวทางบริหารความเสี่ยงโครงการต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
Summary
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกมธ.ฯ รายงานผลการพิจารณาว่า กมธ.ฯ ร่วมกันพิจารณารายละเอียดของหน่วยรับงบประมาณรวม 3,286 หน่วยรับงบประมาณ ซึ่งกมธ.ฯ ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินภาระกิจเพื่อแก้ไขปัญหาความเดิอดร้อนของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สามารถ รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตอบสนองต่อความท้าทายต่างๆที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่ามีข้อเสนอสำคัญเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับ สถานการณ์เศรษฐกิจในปีงบประมาณ2570 ซึ่งสภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง จึงควรหาแนวทางบริหารความเสี่ยงโครงการต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่อาจส่งผลกระทบได้และการบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้ลดลงในระยะยาว เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังไว้ในกรณีที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพการคลังและวินัยการเงินการคลังของประเทศในอนาคต พร้อมทั้งควรทบทวนปรับลดหน่วยงานที่หมดความจำเป็น
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า มีการปรับลดงบประมาณ 11,162 ล้านบาท โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งเป้าหมายและผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า ความพร้อม และศักยภาพในการใช้จ่ายงบประมาณตลอดจนให้ความสำคัญกับเงินนอกงบประมาณหรือรายได้ที่จัดเก็บเองของหน่วยรับงบประมาณ คือ