Khaosod
“อนุทิน” ลงนาม “โชติ–สุพจน์–ธีร” นั่งบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เปิดโฉม 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ “โชติ–สุพจน์–ธีร” นั่งบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เสริมทีมกำกับการลงทุน มีอำนาจเสนอ ครม. กำหนดนโยบาย มาตรฐาน ติดตามผลกระทบ
Key facts
- รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 725/2569 แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์
- เปิดโฉม 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ “โชติ–สุพจน์–ธีร”
- นายโชติ ตราชู อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- นายสุพจน์ เตชวรสินสกุล อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- บีโอไอ เร่งอัปเกรดรับเทคฯ ญี่ปุ่นปักหลักลงทุนไทยฐานผลิต คือ “บ้านหลังที่สอง”
- การแต่งตั้งดังกล่าวได้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา
Summary
หลังแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติม ทำให้บอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์มีกรรมการรวม 21 คน ประกอบด้วยรองประธานกรรมการ 3 คน ได้แก่ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานคนที่ 1 รมว.มหาดไทย เป็นรองประธานคนที่ 2 และ รมว.พลังงาน เป็นรองประธานคนที่ 3
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 725/2569 แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ.2569 ซึ่งกำหนดให้มีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งได้ไม่เกิน 3 คน
ทั้งนี้ กรอบการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยตามระเบียบดังกล่าว ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม การใช้พลังงานสะอาด ความมั่นคงทางพลังงาน ราคาพลังงานที่เป็นธรรม การจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและน้ำ ผังเมือง ความปลอดภัยสาธารณะ โดยเฉพาะอัคคีภัย การป้องกันและเยียวยาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของประชาชนและชุมชน เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ